สถานการณ์สินค้าข้าวในประเทศอินเดีย ประจำเดือนมิถุนายน 2557
สถานการณ์สินค้าข้าวในประเทศอินเดีย
ประจำเดือนมิถุนายน 2557
สถานการณ์ปัจจุบัน
1. พื้นที่เพาะปลูกข้าวโดยรวมของอินเดียในปีนี้ลดลงประมาณ 38.15% เหลือ 2.191 ล้าน
เฮกตาร์ (ประมาณ 13.70 ล้านไร่) เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกสำหรับฤดู Kharif ปีนี้ในรัฐปัญจาบกับรัฐฉัตติสครห์ลดลงอย่างมาก โดยเริ่มมีการไถหว่านกันไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาในช่วงที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เริ่มพัดผ่านและจะมีการเก็บเกี่ยวในเดือนตุลาคมปีเดียวกันเป็นต้นไป ซึ่งพื้นที่เพาะปลูกข้าวในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วสูงกว่าในปีนี้มากโดยมีพื้นที่ 3.544 ล้านเฮกตาร์ (ประมาณ 22.15 ล้านไร่)
Kharif เป็นภาษาอาหรับ แปลว่า ฤดูฝน Kharif Crop จึงหมายถึงพืชที่ปลูกในฤดูฝนและเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง แต่สำหรับในประเทศอินเดีย Kharif Season จะมีช่วงเวลาแตกต่างกันไปตามรัฐและประเภทของพืช แต่จะอยู่ในช่วงตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนมกราคมของปีถัดไป บางทีก็เรียกว่าฤดูร้อน
2. ฤดูมรสุมในปีนี้มาช้ากว่าปกติ (ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้) ส่งผลให้พื้นที่เพาะปลูกข้าวในปีนี้
ลดลง ทั้งนี้ กรมอุตินิยมวิทยาของอินเดียพยากรณ์ว่าปริมาณน้ำฝนในช่วงฤดูมรสุมของอินเดีย (มิถุนายน-กันยายน 2557) ปีนี้จะอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติถึง 70% อันเป็นผลมาจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ El Nino ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความแห้งแล้งในช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม 2557 ทั้งนี้ องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization) พยากรณ์ว่ามีความเป็นไปได้ถึง 60% ที่จะเกิดปรากฏการณ์ El Nino ในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2557 และมีความเป็นไปได้ถึง 75-80% ที่จะเกิดปรากฏการณ์ El Nino ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2557
3. อัตราเงินเฟ้อสำหรับราคาข้าวภายในประเทศอินเดีย (Inflation of Rice) ประจำเดือน
เมษายน 2557 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ในระดับร้อยละ 12.76 เทียบกับร้อยละ 12.56 ประจำเดือนมีนาคม 2557 แต่เมื่อพิจารณาจากภาพรวมตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556 เป็นต้นมา ซึ่งอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับร้อยละ 21 จะเห็นว่าอัตราเงินเฟ้อสำหรับราคาข้าวภายในประเทศอินเดียมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ดังแสดงในแผนภาพในหน้าถัดไป
4. รัฐบาลอินเดียได้ประกาศราคารับซื้อขั้นต่ำ (MSP: Minimum Support Price) สำหรับ
ข้าวเปลือกของปีการเพาะปลูก 2557-2558 (1 ตุลาคม 2557 - 30 กันยายน 2558) ขึ้นจากปีการเพาะปลูกก่อนหน้า 3.8% คือ จาก 1,310 รูปีต่อ 100 กิโลกรัมเป็น 1,360 รูปีต่อ 100 กิโลกรัม สำหรับข้าวคุณภาพทั่วไป ส่วนข้าวเปลือกคุณภาพดีเกรด A ได้ปรับราคารับซื้อขั้นต่ำจาก 1,345 รูปีต่อ 100 กิโลกรัม เป็น 1,400 รูปีต่อ 100 กิโลกรัม หรือเพิ่มขึ้น 4%
การส่งออกข้าวของอินเดีย
IBIS (International Business Information Services) ได้ปรับตัวเลขการส่งออกข้าวของอินเดียใหม่ โดยในเดือนมีนาคม 2557 อินเดียส่งออกข้าวได้ 7.31 แสนตัน แบ่งเป็นข้าวที่ไม่ใช่บาสมาติ (Non- Basmati Rice) 4.17 แสนตันและข้าวบาสมาติ (Basmati Rice) 3.14 แสนตัน เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งส่งออกได้ 9.57 แสนตัน ลดลงร้อยละ 23.62 โดยลดลงทั้งข้าวที่ไม่ใช่บาสมาติและข้าวบาสมาติ ทั้งนี้ ในช่วง 8 เดือนแรกของปีการตลาด 2556-57 (ตุลาคม 2556 – พฤษภาคม 2557) อินเดียส่งออกข้าวได้ 6.558 ล้านตัน แบ่งเป็นข้าวที่ไม่ใช่บาสมาติ 4.126 ล้านตัน และข้าวบาสมาติ 2.432 ล้านตัน โดยสัดส่วนระหว่างข้าวที่ไม่ใช่บาสมาติและข้าวบาสมาติอยู่ที่ประมาณ 63% และ 37% ตามลำดับ
การส่งออกข้าวของอินเดียในเดือนพฤษภาคม 2557 มีปริมาณ 7.12 แสนตัน ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้าประมาณ 12.32% โดยเฉพาะข้าวบาสมาติที่ส่งออกไปประเทศอิหร่านซึ่งเป็นประเทศผู้ซื้อหลักได้มีสัดส่วนลดลงจาก 45% ในเดือนเมษายน 2556 เหลือเพียง 17% ในเดือนเมษายน 2557 อันเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลอิหร่านมีนโยบายทบทวนมาตรฐานความปลอดภัยจากสารปนเปื้อนใหม่ ด้วยการกำหนดให้ข้าวบาสมาติสามารถมีสารหนู (Arsenic) ปนเปื้อนได้ไม่เกิน 120 ppm (parts per million) หรือ 120 ส่วนใน 1 ล้านส่วน จากที่เคยกำหนดไว้เดิม 150 ppm จึงส่งผลให้การส่งออกข้าวบาสมาติจากอินเดียไปอิหร่านลดลงมาอย่างต่อเนื่องจนถึงเดือนพฤษภาคม 2557
|
ตารางแสดงปริมาณการส่งออกข้าวของอินเดียรายเดือน ณ วันที่ 28 เมษายน 2557 (แสนตัน) |
|
เดือน/ปี |
Non-Basmati |
Basmati |
ส่งอออกรวม |
เดือน/ปี |
Non-Basmati |
Basmati |
ส่งออกรวม |
|
MY 2555-56 |
MY 2013-14 |
||||||
|
ต.ค. 2555 |
6.65 |
1.95 |
8.60 |
ต.ค. 2013 |
6.70 |
1.80 |
8.50 |
|
พ.ย. 2555 |
6.49 |
2.08 |
8.57 |
พ.ย. 2013 |
4.29 |
2.49 |
6.78 |
|
ธ.ค. 2555 |
7.50 |
2.85 |
10.35 |
ธ.ค. 2013 |
5.11 |
3.79 |
8.90 |
|
ม.ค. 2556 |
5.65 |
3.18 |
8.83 |
ม.ค. 2014 |
6.85 |
3.44 |
10.29 |
|
ก.พ. 2556 |
4.90 |
3.34 |
8.24 |
ก.พ. 2014 |
6.18 |
3.50 |
9.68 |
|
มี.ค. 2556 |
5.70 |
3.87 |
9.57 |
มี.ค. 2014 |
4.17 |
3.14 |
7.31 |
|
เม.ย. 2556 |
3.93 |
3.93 |
7.86 |
เม.ย. 2014 |
4.20 |
2.80 |
7.00 |
|
พ.ค. 2556 |
4.67 |
3.45 |
8.12 |
พ.ค. 2014 |
3.76 |
3.36 |
7.12 |
|
มิ.ย. 2556 |
5.57 |
3.78 |
9.35 |
||||
|
ก.ค. 2556 |
6.51 |
3.34 |
9.85 |
||||
|
ส.ค. 2556 |
7.11 |
2.75 |
9.86 |
||||
|
ก.ย. 2556 |
7.72 |
2.06 |
9.78 |
||||
|
รวม |
72.40 |
36.58 |
108.98 |
รวม |
41.26 |
24.32 |
65.58 |
ภาพรวมปริมาณข้าวในประเทศอินเดีย
IBIS ได้ทำการปรับตัวเลขสถิติข้าวของอินเดียใหม่ โดยในปีการตลาด 2556-57 (1 ตุลาคม 2556 - 30 กันยายน 2557) คาดว่าอินเดียจะมีข้าวคงเหลือยกมาจากปีการตลาด 2555-56 เป็นปริมาณ 25.77 ล้านตัน และกรมเศรษฐกิจและสถิติ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อินเดียได้คาดการณ์ว่าในปีการตลาดปัจจุบันนี้ (ปี 2556-2557) อินเดียจะมีผลผลิตข้าวประมาณ 106.29 ล้านตัน (รวมข้าวของฤดู Rabi จำนวน 14.28 ล้านตัน) ยอดรวมข้าวทั้งประเทศจะมีปริมาณอยู่ที่ 132.06 ล้านตัน ซึ่งจะใช้สำหรับการบริโภคภายในประเทศประมาณ 96 ล้านตันและส่งออกประมาณ 10 ล้านตัน เมื่อถึงสิ้นปีการตลาด 2556-57 คาดว่าจะมีปริมาณข้าวคงเหลือยกไป 26.06 ล้านตัน ปริมาณการบริโภคเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 7.92 ล้านตัน ปริมาณข้าวสำรองเพียงพอสำหรับการบริโภคภายใน 3.18 เดือน และสัดส่วนของสำรองข้าวต่อการบริโภคอยู่ที่ 0.27
|
ตารางสรุปปริมาณข้าวในประเทศอินเดีย (ล้านตัน) |
|
รายการ |
2554-55 |
2555-56 |
2556-57 (ประมาณการ) |
|
ยอดยกมา |
23.50 |
25.43 |
25.77 |
|
ผลผลิต |
105.30 |
105.24 |
106.29 |
|
นำเข้า |
- |
- |
- |
|
ปริมาณข้าวที่มีทั้งหมดในประเทศ |
128.80 |
130.67 |
132.06 |
|
การบริโภค |
93.00 |
94.00 |
96.00 |
|
ส่งออก |
10.37 |
10.90 |
10.00 |
|
ปริมาณข้าวที่ใช้ไปทั้งหมด |
103.37 |
104.90 |
106.00 |
|
ยอดยกไป |
25.43 |
25.77 |
26.06 |
|
การบริโภคเฉลี่ยต่อเดือน |
7.75 |
7.83 |
7.92 |
|
จำนวนเดือนที่สำรองข้าวปลายงวดเพียงพอสำหรับการบริโภคภายในประเทศ (Stock to Month Use) |
3.28 |
3.29 |
3.18 |
|
สัดส่วนระหว่างสำรองข้าวกับการบริโภค (Stock to Consumption Ratio) |
0.27 |
0.27 |
0.27 |
การจัดซื้อข้าวโดยรัฐบาล
การจัดซื้อข้าวโดยรัฐบาลในปีการตลาด 2556-57 จนถึง ณ วันที่ 20 มิถุนายน 2557 (ช่วง 9 เดือนแรกของปีการตลาด 2556-57) มีปริมาณรวม 30.044 ล้านตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีการจัดซื้อข้าวเป็นปริมาณ 32.951 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 8.82 โดยรัฐที่มีการจัดซื้อข้าวมากที่สุด คือ รัฐ Punjab ปริมาณ 8.106 ล้านตัน รองลงมา คือ รัฐ Andhra Pradesh ปริมาณ 7.145 ล้านตัน และรัฐ Chhattisgarh ปริมาณ 4.285 ล้านตัน ตามลำดับ
|
สรุปปริมาณการจัดซื้อข้าวของรัฐบาลจนถึง ณ วันที่ 20 มิถุนายน 2557 (ล้านตัน) |
|
รัฐ |
ปริมาณการจัดซื้อข้าวทั้งหมด |
ปริมาณ ณ วันที่ 20 มิถุนายน |
||
|
MY 2555-56 (ต.ค. 2555-ก.ย. 2556) |
MY 2555-56 |
MY 2556-57 |
||
|
Andhra Pradesh |
6.471 |
7.145 |
6.203 |
|
Bihar |
1.303 |
0.828 |
1.249 |
|
Chhattisgarh |
4.804 |
4.285 |
4.803 |
|
Haryana |
2.609 |
2.406 |
2.603 |
|
Kerala |
0.240 |
0.358 |
0.240 |
|
Madhya Pradesh |
0.898 |
1.052 |
0.901 |
|
Maharashtra |
0.192 |
0.146 |
0.187 |
|
Orissa |
3.613 |
2.544 |
3.127 |
|
Punjab |
8.558 |
8.106 |
8.558 |
|
Tamil Nadu |
0.481 |
0.618 |
0.477 |
|
Uttar Pradesh |
2.286 |
1.123 |
2.280 |
|
Uttaranchal |
0.497 |
0.433 |
0.481 |
|
West Bengal |
1.766 |
0.987 |
1.588 |
|
อื่นๆ |
0.310 |
0.013 |
0.254 |
|
รวมทั้งอินเดีย |
34.028 |
30.044 |
32.951 |
การสำรองข้าวของรัฐบาลอินเดีย
รัฐบาลอินเดียโดยกระทรวงกิจการผู้บริโภค อาหารและการกระจายสู่สาธารณชน (Ministry of Consumer Affairs, Food & Public Distribution) ได้มีการกำหนดมูลภัณฑ์กันชน (Buffer Stock) สำหรับสินค้าประเภทธัญญพืชสองชนิด คือ ข้าวและข้าวสาลี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ให้มีหลักประกันว่าธัญญพืชทั้งสองชนิดจะมีปริมาณเพียงพอสำหรับป้อนระบบการกระจายไปยังสาธารณชนกลุ่มเป้าหมาย (2) ใช้ในโครงการสวัสดิการสังคมของรัฐบาล (3) รักษาระดับปริมาณขั้นต่ำไว้เพื่อความมั่นคงด้านอาหารในกรณีฉุกเฉิน (4) สำหรับใช้เป็นเครื่องมือในการรักษาเสถียรภาพราคา (Price Stabilization) หรือแทรกแซงตลาด (Market Intervention Operations) ทั้งนี้ กระทรวงฯ ได้กำหนดปริมาณขั้นต่ำที่ต้องรักษาไว้สำหรับข้าวและข้าวสาลี ทุกวันที่ 1 ของทุกไตรมาส คือ 1 เมษายน, 1 กรกฎาคม, 1 ตุลาคม และ 1 มกราคมของทุกปี โดยเริ่มปฏิบัติมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2548 เป็นต้นมา
ทั้งนี้ ตัวเลขมูลภัณฑ์กันชนดังกล่าวของข้าวจะประกอบไปด้วยปริมาณสำรองขั้นต่ำและปริมาณสำรองเพื่อความมั่นคงด้านอาหารอีก 2 ล้านตันตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2552 เป็นต้นไป ส่วนข้าวสาลีจะมีการกำหนดปริมาณสำรองเพื่อความมั่นคงด้านอาหารไว้ 3 ล้านตันตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2551 เป็นต้นไป โดยปริมาณสำรองขั้นต่ำเป็นสำรองอาหารเพื่อจัดสรรให้แก่รัฐต่าง ๆ (PDS: Public Distribution System) ส่วนปริมาณสำรองเพื่อความมั่นคงด้านอาหารมีไว้เพื่อรองรับภาวะฉุกเฉิน เช่น ภาวะภัยแล้งและภัยทางธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดคณะรัฐมนตรีกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปริมาณมูลภัณฑ์กันชนใหม่ให้สูงขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีปริมาณข้าวและข้าวสาลีภายในประเทศเพียงพอที่จะดำเนินโครงการความมั่นคงทางอาหาร (Food Security Program) ภายใต้ พ.ร.บ. ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security Act) ได้ โดยได้เสนอให้ปรับเพิ่มปริมาณสำรองอาหารทั้งสองประเภท ดังรายละเอียดตามตารางข้างล่าง แต่ขณะนี้ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการออกมา
ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2557 รัฐบาลอินเดียมีปริมาณสำรองข้าวอยู่ที่ 32.00 ล้านตันซึ่งเป็นปริมาณที่อยู่ในระดับสูงเกินกว่ามูลภัณฑ์กันชนขั้นต่ำอยู่มาก
|
ปริมาณสำรองข้าวของรัฐบาล ณ วันที่ 1 ของทุกเดือน (ล้านตัน) |
|
ปี |
ม.ค. |
ก.พ. |
มี.ค. |
เม.ย. |
พ.ค. |
มิ.ย. |
ก.ค. |
ส.ค. |
ก.ย. |
ต.ค. |
พ.ย. |
ธ.ค. |
|
2554 |
25.58 |
27.80 |
28.70 |
28.82 |
27.76 |
27.64 |
26.86 |
25.27 |
22.70 |
20.50 |
26.83 |
27.63 |
|
2555 |
29.71 |
31.80 |
33.17 |
33.35 |
32.92 |
32.14 |
30.70 |
28.50 |
25.59 |
23.40 |
28.95 |
30.67 |
|
2556 |
32.22 |
35.40 |
35.80 |
35.46 |
34.72 |
33.30 |
31.50 |
29.23 |
26.78 |
23.13 |
28.58 |
28.62 |
|
2557 |
28.69 |
31.52 |
31.26 |
30.55 |
28.65 |
32.00 |
ราคาค้าส่งข้าวในรัฐต่าง ๆของอินเดีย
ราคาค้าส่งข้าวทั่วประเทศอินเดียมีความแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐ โดยในช่วงสัปดาห์ระหว่างวันที่ 24-30 มิถุนายน 2557 ราคาค้าส่งข้าวในรัฐ Kerala มีราคาสูงสุดที่ 3,947.81 รูปีต่อ 100 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 18.72 ส่วนรัฐที่มีราคาค้าส่งข้าวต่ำที่สุด คือ Delhi และปริมณฑล ซึ่งมีราคาค้าส่งข้าวในช่วงสัปดาห์ระหว่างวันที่ 24-30 มิถุนายน 2557 เพียง 2,000.00 รูปีต่อ 100 กิโลกรัม ส่วนราคาค้าส่งเฉลี่ยทั้งประเทศในช่วงสัปดาห์ระหว่างวันที่ 24-30 มิถุนายน 2557 อยู่ที่ 2,935.17 รูปีต่อ 100 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 0.43 แต่เพิ่มขึ้นจากช่วงสัปดาห์เดียวกันของปีก่อนหน้าร้อยละ 7.75
ราคาส่งออกข้าวขาว (FOB)
เมื่อเปรียบเทียบราคาส่งออกข้าวขาว (FOB) ของไทยเทียบกับคู่แข่งขันอย่างอินเดีย เวียตนาม และปากีสถานแล้ว พบว่าราคาข้าว 100% B ของไทย (FOB) ที่เคยอยู่ในระดับสูงที่สุดต่อเนื่องมานานได้เริ่มปรับตัวลดลงตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2557 เป็นต้นมาและคงที่อยู่ในระดับราคาประมาณตันละ 405 ดอลลาร์สหรัฐ มาตลอดจนถึงประมาณวันที่ 26 เมษายน 2557 ราคาข้าวของไทยได้ลดลงอย่างรวดเร็วเหลือประมาณตันละประมาณ 395 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับข้าว 5% ของเวียตนาม แต่คงราคานี้มาจนถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2557 ก็ลดราคาลงมาอีก จนถึงประมาณปลายเดือนพฤษภาคม 2557 ระดับราคาข้าวของไทยก็ได้ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่งขันทุกรายโดยอยู่ในระดับประมาณตันละ 400 ดอลลาร์สหรัฐ ส่วนราคาข้าวของเวียตนามได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 และอยู่ในระดับที่สูงกว่าราคาข้าวของไทยมาจนถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2557
ทั้งนี้ ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 ราคาข้าว 5% ของปากีสถานเพิ่มขึ้นมาสูงสุดอยู่ที่ตันละ 430 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับข้าว 5% ของอินเดีย และได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นราคาสูงที่สุดตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2557 มาจนถึงปัจจุบันในราคาตันละประมาณ 455 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ข้าว 5% ของอินเดียได้ปรับตัวลงมาอยู่ที่ประมาณตันละ 435-440 ดอลลาร์สหรัฐ
สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ