ค่าเงินรูปีอ่อนตัวทำบริษัทโทรศัพท์มือถืออินเดียต้องปรับกลยุทธ์กันจ้าละหวั่น
ค่าเงินรูปีของอินเดียที่อ่อนตัวลงมาอย่างต่อเนื่องเริ่มส่งผลต่ออุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือของอินเดียแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมารูปแบบธุรกิจ (Business Model) ของบริษัทผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือของอินเดียจะเหมือนกันทั้งอุตสาหกรรม คือ แต่ละบริษัทจะเดินทางไปเลือกแบบโทรศัพท์ซึ่งออกแบบสำเร็จรูปแล้วโดยบริษัทจีนแล้วสั่งผลิตในประเทศจีน หลังจากนั้นจึงนำเข้าไปจำหน่ายในตลาดอินเดียโดยมุ่งเน้นการแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ค่าเงินรูปีของอินเดียได้อ่อนตัวมาอย่างต่อเนื่องทำให้การนำเข้าโทรศัพท์มือถือจากประเทศจีนตามรูปแบบธุรกิจเดิมมีต้นทุนสูงขึ้นจนบริษัทต่างๆในอุตสาหกรรมของอินเดียไม่สามารถจะแข่งขันด้วยราคากันอีกต่อไปได้แล้ว ทั้งนี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของบริษัทผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถือรายหนึ่งได้ออกมาเปิดเผยว่าถ้าค่าเงินรูปียังคงอ่อนตัวต่อไปอีกจนถึงระดับ 55 รูปีต่อ 1 เหรียญสหรัฐฯ จะทำให้อุตสาหกรรมนี้ของอินเดียตกอยู่ในสภาวะขายสินค้าแบบไม่มีกำไร (Zero Margin) การใช้รูปแบบธุรกิจเดิม คือ การนำเข้าสินค้าราคาถูกจากประเทศจีนมาจำหน่ายครั้งละมากๆ ด้วยราคาต่ำจะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป
ตลาดโทรศัพท์มือถือของอินเดียมีขนาดใหญ่มาก มีมูลค่าปีละกว่า 3 แสนล้านรูปี อย่างไรก็ตามหลังจากที่ค่าเงินรูปีอ่อนค่าลงมาอย่างต่อเนื่องส่งผลให้การนำเข้าโทรศัพท์มือถือมีต้นทุนสูงขึ้น ปริมาณการนำเข้าซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศจีนในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2554 ลดลง 3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าเหลือ 42.8 ล้านเครื่อง บริษัทโทรศัพท์มือถือของอินเดียจึงต่างพากันทบทวนและปรับกลยุทธ์จากการนำเข้าโทรศัพท์มือถือราคาถูกจากประเทศจีนมาเป็นการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R & D) เพื่อออกแบบโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ พัฒนา Software สำหรับระบบปฏิบัติการ (Operating System) ของตนเอง เพื่อผลิตโทรศัพท์มือถือของตนเองในประเทศอินเดียแทน ซึ่งจะทำให้สามารถลดต้นทุนลงได้ 15-20% เมื่อเทียบกับการนำเข้าจากประเทศจีน
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าบริษัทโทรศัพท์มือถือของอินเดียจะพยายามปรับกลยุทธ์ด้วยการเพิ่มการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อที่จะมุ่งเน้นการผลิตภายในประเทศ แต่ปัจจัยสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือ ปัจจัยด้านราคาที่ทุกบริษัทต่างพยายามแข่งขันกันอย่างสูง นอกจากนั้นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ได้นวัตกรรมที่ทันสมัยและล้ำหน้า ซึ่งบริษัทโทรศัพท์มือถือของอินเดียกำลังมุ่งมาด้านนี้อยู่แล้ว แต่บริษัทโทรศัพท์มือถืออินเดียเหล่านี้จะสามารถทำการวิจัยและพัฒนาแข่งขันกับบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่าง Nokia หรือ Samsung ได้หรือไม่ก็จะต้องคอยดูกันต่อไป
|
ตารางแสดงกลยุทธ์การปรับตัวของบริษัทโทรศัพท์มือถืออินเดีย |
|
|
บริษัทโทรศัพท์มือถือ |
กลยุทธ์การปรับตัว |
|
1. Spice Mobility |
1. เปิดศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ที่ประเทศสิงคโปร์ในเดือนมกราคม 2555 เพื่อออกแบบ Software และ User Interface 2. ขยายแผนก R&D ในประเทศอินเดียและจีน 3. ศูนย์วิจัยและพัฒนาในประเทศจีนและไต้หวันจะรับผิดชอบเรื่องการออกแบบทางอุตสาหกรรมและวิศวกรรม 4. เพิ่มจำนวนพนักงานสำหรับศูนย์วิจัยและพัฒนาในประเทศจีนและไต้หวันซึ่งจะทำให้มีพนักงานเพิ่มขึ้นเป็น 250 คนภายใน 1 ปี |
|
2. Micromax |
1. ลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D) มูลค่ากว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 2. จัดตั้งฝ่ายวิจัยภายในบริษัท (In-House Research) เพื่อพัฒนาโทรศัพท์มือถือประเภท Smartphone ให้สามารถเทียบชั้นได้กับ Nokia และ Samsung |
|
3. Lava Mobiles |
1. ลงทุนเป็นมูลค่า 1,000 ล้านรูปีสำหรับงานด้านการออกแบบ ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และชิ้นส่วนสำคัญที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาเมืองบังกาลอร์ 2. เจรจากับบริษัท Qualcomm ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิต Chip และบริษัท Mediatek ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีเพื่อจะร่วมกันพัฒนา User Interface บนโทรศัพท์มือถือ 3. บริษัทฯ มีแผนจะผลิตโทรศัพท์มือถือคุณภาพสูงรุ่นใหม่ 9 รุ่น ทั้งนี้ ประมาณ 50-60% ของโทรศัพท์มือถือที่ผลิตจะเป็น Design ของบริษัทฯ เอง ที่เหลือเป็นการซื้อแบบมาจากบริษัทออกแบบระดับโลก แต่ในอนาคตสัดส่วนการออกแบบเองจะค่อยๆเพิ่มขึ้น 4. สร้าง App Store ในอินเดียเพื่อเน้นบริการหลังการขาย |
|
4. Olive Mobiles |
1. ย้ายฝ่ายออกแบบจากประเทศจีนและไต้หวันกลับไปอยู่ที่ศูนย์ออกแบบที่อินเดีย |
|
5. Zen Mobiles |
1. ลงทุนจัดตั้งฝ่ายออกแบบภายในบริษัทขึ้น |
|
6. Karbonn Mobile |
1. นำ User Interface และระบบปฏิบัติการ (Operating System) ของบริษัทจดสิทธิบัตรเพื่อเป็นการสร้างทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) ของบริษัทฯ 2. มีแผนที่จะร่วมทุนกับศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) แห่งหนึ่งที่มีสำนักงานทั้งในอินเดียและยุโรปในไตรมาสหน้า 3. มีศูนย์วิจัยและพัฒนาทั้งที่เมืองบังกาลอร์และนิวเดลี 4. มีโครงการจะร่วมทุนกับบางบริษัทเพื่อผลิตชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือในอินเดีย |
|
7. Maxx Mobiles |
1. มีโครงการลงทุนมูลค่ากว่า 3,000ล้านรูปีเพื่อผลิตโทรศัพท์มือถือระดับล่าง (Low End) 2. โครงการในระยะแรกใช้เงินลงทุน 600 ล้านรูปี เพื่อผลิตโทรศัพท์มือถือให้ได้เดือนละ 1 แสนเครื่อง 3. โครงการในระยะต่อไปจะผลิตโทรศัพท์มือถือให้ได้เดือนละ 5 แสนเครื่องภายในเดือนธันวาคม 2555 และเริ่มผลิต Smartphone ภายในปี 2556 4. มีโครงการผลิตแบตเตอรี่ประเภท Lithium Ion ด้วยกำลังการผลิต 30 ล้านหน่วยต่อปี |
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ
ธันวาคม 2554