อินเดียกับเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว
BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) เป็นแนวคิดทางเศรษฐกิจที่ผสาน 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ ไปพร้อมๆกับการยกระดับเศรษฐกิจ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ขับเคลื่อนในระดับสากลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
โดยสาธารณรัฐอินเดียถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพสูงในการนำแนวคิดดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในนโยบายการพัฒนาประเทศ เนื่องจากอินเดียมีประชากรจำนวนมากที่สุดในโลก มีความหลากหลายทางชีวภาพขนาดใหญ่ การอุปโภคและบริโภคภายในประเทศล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ โดยรัฐบาลอินเดียมีแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว
เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) ในอินเดีย
เศรษฐกิจชีวภาพ (Bio Economy) เป็นระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้และนวัตกรรม โดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพยากรชีวภาพและผลผลิตทางการเกษตร สร้างสินค้าและบริการที่เป็นประโยชน์ในหลากหลายสาขา เช่น เกษตรกรรม อาหาร การแพทย์ สุขภาพ และพลังงาน โดยคำนึงถึงความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ในกรณีของอินเดีย พบว่าเศรษฐกิจชีวภาพของอินเดียมีการเติบโตอย่างน่าทึ่ง โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2014 ต่อมาได้พุ่งสูงขึ้นกว่า หนึ่งแสนสามหมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024 และคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง สามแสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 จึงทำให้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพใหม่ ภายใต้ชื่อ นโยบาย BioE3 (เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อเศรษฐกิจ การจ้างงาน และสิ่งแวดล้อม) ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในภาคการผลิตของอินเดีย
โดยนโยบาย BioE3 มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาระดับโลกที่สำคัญ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดลงของทรัพยากรที่ไม่หมุนเวียน ด้วยการสนับสนุนการเปลี่ยนจากอุตสาหกรรมเคมีไปสู่รูปแบบชีวภาพที่ยั่งยืน การส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพแบบหมุนเวียน การบรรลุเป้าหมายการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ผ่านการใช้ประโยชน์ของเสียจากชีวมวล บ่อขยะ และก๊าซเรือนกระจกอย่างนวัตกรรม และการ สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชีวภาพและขยายการสร้างงานภายในประเทศ โดยนโยบาย BioE3 ให้ความสำคัญกับการประเด็นหลัก ได้แก่ สารเคมีชีวภาพ ไบโอโพลิเมอร์และเอนไซม์ โปรตีนอัจฉริยะและอาหารเพื่อสุขภาพ ยาชีวภาพแม่นยำ เกษตรกรรมที่ทนต่อสภาพภูมิอากาศ การดักจับและใช้ประโยชน์จากคาร์บอน และการวิจัยทางทะเลและอวกาศ
นโยบาย BioE3 ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา (R&D) และการประกอบการที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมในภาคส่วนต่างๆ เพื่อเร่งการพัฒนาเทคโนโลยี โดยมีเป้าหมายในการจัดตั้งศูนย์การผลิตชีวภาพ ศูนย์ Bio-AI และโรงงานชีวภาพ ซึ่งกรมเทคโนโลยีชีวภาพ (DBT) แห่งรัฐบาลอินเดีย เป็นเจ้าภาพหลักในการทำงาน อนึ่งนโยบายดังกล่าวยังสนับสนุนวิสัยทัศน์ของอินเดียในเรื่อง 'Viksit Bharat' (อินเดียที่พัฒนาแล้ว) โดยเป็นมาตรฐานสำหรับการแสดงให้เห็นว่านโยบายวิทยาศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศและความยั่งยืน
เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในอินเดีย
เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เป็นระบบเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการออกแบบเพื่อการปรับตัวในระยะยาว โดยเน้นการอนุรักษ์และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า ผ่านการจัดการทรัพยากรที่จำกัด และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนอย่างสมดุล ด้วยการนำกลับมาใช้ใหม่หรือแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งเปิดโอกาสใหม่ๆ ในด้านธุรกิจและเศรษฐกิจ อนึ่ง อินเดียมีประชากรจำนวนมากและการบริโภคทรัพยากรที่สูง การนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้จะช่วยลดปัญหาการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง โดยมุ่งเน้นการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ การรีไซเคิล และการลดของเสีย
เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนที่ยั่งยืน รัฐบาลอินเดียได้กำหนดนโยบายและโครงการจูงใจต่าง ๆ อาทิ การออกกฎเพื่อควบคุมขยะพลาสติก กฎการจัดการขยะพลาสติก กฎการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ กฎการจัดการขยะก่อสร้างและรื้อถอน และนโยบายการรีไซเคิลโลหะ นอกจากนี้รัฐบาลยังได้จัดตั้งคณะกรรมการ 11 ชุด เพื่อเร่งรัดอินเดียไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเน้นการจัดการขยะชุมชน ขยะของเหลว เศษโลหะ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน แผงโซลาร์เซลล์ ยิปซัม ขยะอุตสาหกรรมอันตราย น้ำมันใช้แล้ว ขยะการเกษตร การรีไซเคิลยางและรถยนต์หมดอายุการใช้งาน โดยรัฐบาลอินเดียได้สนับสนุนหลัก 7Rs ของเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ ลดการใช้ นำกลับมาใช้ใหม่ รีไซเคิล ออกแบบใหม่ ผลิตซ้ำ ซ่อมแซม และปรับปรุงใหม่อีกด้วย
อนึ่งการเปลี่ยนแปลงของอินเดียสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนคาดว่าจะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจปีละ 624 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2050 พร้อมกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงถึง 44% การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษ การขาดแคลนทรัพยากร และการจัดการขยะ ซึ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนจากโมเดลเศรษฐกิจเชิงเส้นแบบ "ใช้แล้วทิ้ง" มาเป็นระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เน้นการออกแบบใหม่ การนำกลับมาใช้ซ้ำ และการรีไซเคิลเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ในอินเดีย
เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เป็นแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่เน้นความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ปัญหาความไม่สมดุลของโลกที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของประชากรและความต้องการทรัพยากร ทั้งอาหาร พลังงาน และที่ดิน อย่างไรก็ตามอินเดียกำลังเผชิญกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ทั้งในด้านมลพิษทางอากาศและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การนำแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียวมาใช้สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม
อนึ่ง รัฐบาลอินเดียได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ และสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีสีเขียวในภาคอุตสาหกรรม ผ่านแนวทางและนโยบาย อาทิ อนุญาตการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) 100% สำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียน ยกเว้นค่าธรรมเนียมระบบส่งพลังงานระหว่างรัฐ (ISTS) สำหรับการขายพลังงานแสงอาทิตย์และลมระหว่างรัฐ จัดตั้งสวนพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ และโครงการต่างๆ เช่น PM-KUSUM และ Solar Rooftop Phase II ปิดหน่วยผลิตไฟฟ้าพลังความร้อนที่ไม่มีประสิทธิภาพ 259 หน่วย เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าและสร้างโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ และตั้งเป้าหมายปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2030 โดยการรถไฟอินเดีย ซึ่งจะลดการปล่อยก๊าซลง 60 ล้านตันต่อปี
ด้านการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานหมุนเวียน รัฐบาลอินเดียได้มีการจัดตั้งโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แห่งชาติ (National Solar Mission) ซึ่งมุ่งเน้นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้อินเดียเติบโตอย่างยั่งยืนทางนิเวศวิทยาและแก้ปัญหาความมั่นคงทางพลังงาน นอกจากนี้ยังมีแผนขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติ (National Electric Mobility Mission Plan) มุ่งเป้าให้ 30% ของยานพาหนะในอินเดียเป็นยานยนต์ไฟฟ้าภายในปี 2030 โดยแผนนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเชื้อเพลิง ส่งเสริมการขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของอินเดียเป็นผู้นำในการผลิตระดับโลก อีกทั้งยังมี กองทุนพลังงานสะอาดแห่งชาติ (National Clean Energy Fund) ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสะอาดในอินเดีย นอกจากนี้ยังมีโครงการที่รองรับการเปลี่ยนในด้านต่างๆ อาทิ แผนปฏิบัติการแห่งชาติเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (National Action Plan on Climate Change) เพื่อกำหนดกลยุทธ์ในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอินเดีย
โอกาสในความร่วมมือของไทยและอินเดียใน BCG Economy
นักลงทุน ผู้ประกอบการ หรือนักวิชาการไทยสามารถเข้ามามีบทบาทในการพัฒนา BCG Economy ในอินเดียได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและเศรษฐกิจสีเขียว เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิล การผลิตพลังงานหมุนเวียน หรือการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจดำเนินการได้ผ่านแนวทางดังนี้
ประการที่ 1 การแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยี: ไทยและอินเดียสามารถร่วมมือในด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ BCG Economy เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ รีไซเคิล และพลังงานหมุนเวียน รวมถึงการจัดตั้งศูนย์วิจัยร่วมและการแลกเปลี่ยนบุคลากร เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะในการนำเทคโนโลยีใหม่มาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ประการที่ 2 ความร่วมมือด้านการลงทุนใน BCG Economy : นักลงทุนไทยสามารถร่วมลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียน การจัดการขยะ หรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอินเดีย โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านพลังงานทดแทนและการรีไซเคิล การลงทุนในอุตสาหกรรมเกษตรสีเขียว: นักลงทุนไทยสามารถช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรในอินเดียให้ยั่งยืน ด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ผลิตพลังงานชีวภาพจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและใช้เทคโนโลยีเพื่อลดการใช้สารเคมี
ประการที่ 3 การสร้างแพลตฟอร์มความร่วมมือ ไทยและอินเดียควรจัดประชุมหรือสัมมนาร่วมด้าน BCG Economy เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย และนักธุรกิจได้แลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ สร้างเครือข่ายและโอกาสทางธุรกิจ การสร้างเครือข่ายนักธุรกิจและนักลงทุนไทย-อินเดียจะช่วยเสริมความร่วมมือและส่งเสริมการลงทุนข้ามพรมแดน ผ่านหอการค้าและองค์กรสนับสนุนการลงทุน
ประการที่ 4 การส่งเสริมสตาร์ทอัพด้าน BCG: ไทยและอินเดียสามารถร่วมมือกันสนับสนุนสตาร์ทอัพที่มุ่งเน้นนวัตกรรมด้านความยั่งยืน เช่น วัสดุรีไซเคิล พลังงานทดแทน หรือการใช้ทรัพยากรชีวภาพ การให้ทุนหรือจัดตั้งกองทุนร่วมลงทุนจะช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโตและขยายสู่ตลาดโลก
ประการสุดท้าย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน: นักลงทุนไทยสามารถร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวในอินเดีย เช่น ระบบขนส่งพลังงานสะอาด เมืองอัจฉริยะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และระบบจัดการน้ำและพลังงานที่ยั่งยืน เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
BCG Economy โอกาสในความร่วมมือแบบทวิภาคีและพหุภาคี
การสร้างความร่วมมือระหว่างไทยและอินเดียในด้าน BCG Economy เป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งสองประเทศสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ เทคโนโลยี และพัฒนาความร่วมมือด้านการลงทุนในโครงการที่เกี่ยวข้องกับ BCG Economy การส่งเสริมความร่วมมือทั้งในด้านการวิจัย การลงทุน และการสนับสนุนสตาร์ทอัพ จะช่วยให้ทั้งไทยและอินเดียสามารถพัฒนาเศรษฐกิจของตนเองได้อย่างยั่งยืนและเติบโตไปพร้อมกับการรักษาสิ่งแวดล้อม
นอกจากความร่วมมือแบบทวิภาคีแล้ว ด้วยการที่ทั้งไทยและอินเดีย ร่วมกับ เมียนมา ศรีลังกา เนปาล บังคลาเทศ และภูฏาน เป็นสมาชิกของ BIMSTEC (Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation) ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคในกลุ่มประเทศอ่าวเบงกอล ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนา BCG Economy เช่นกัน ภายใต้ BIMSTEC ดังกล่าว นับว่าเป็นโอกาสที่สำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยและอินเดีย รวมถึงประเทศสมาชิกอื่น ๆ ในการพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน โดยการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยณัฐ สร้อยคำ
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี
อ่านเพิ่มเติมได้ที่
- https://pib.gov.in/PressReleasePage.aspx?PRID=2048873
- https://www.nature.com/articles/d44151-024-00136-1
- https://www.ibef.org/research/case-study/sustainable-circular-economy-in-india
- https://economictimes.indiatimes.com/small-biz/sustainability/how-robust-circular-economy-framework-can-help-sustain-indias-economic-growth/articleshow/112004714.cms?from=mdr
- https://pib.gov.in/PressReleaseIframePage.aspx?PRID=1883925
https://www.sdgmove.com/2021/04/14/bcg-economy-model-trend-th-national-agenda-2021/