บทบาทของอินเดียในบิมสเทค
ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (BIMSTEC) หรือ บิมสเทคเป็นกรอบความร่วมมือของ 7 ประเทศภายในภูมิภาคอ่าวเบงกอล ได้แก่ บังกลาเทศ ภูฏาน อินเดีย เมียนมา เนปาล ศรีลังกา และประเทศไทย กรอบความร่วมมือดังกล่าวก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2540 โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกในหลากหลายด้าน อาทิ การค้า พลังงาน สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง และการเชื่อมโยงระหว่างประชาชน อีกทั้งยังส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอ่าวเบงกอลที่มีประชากรจำนวนมากกว่า 1,700 ล้านคน ทั้งนี้ ลักษณะเด่นของบิมสเทคคือ เป็นกรอบความร่วมมือที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าด้วยกัน โดยบทความนี้จะชวนทำความเข้าใจบทบาทของอินเดีย มหาอำนาจของเอเชียใต้ ที่มีต่อบิมสเทค เพื่อให้นักลงทุนรวมถึงผู้สนใจชาวไทยรับรู้ เข้าใจ และแสวงหาโอกาสการเชื่อมโยงกับอินเดียภายใต้กรอบความร่วมมือแห่งอ่าวเบงกอล

อินเดียในบิมสเทค
อินเดียเป็นรัฐสมาชิกก่อตั้งและเป็นหนึ่งในประเทศหลักในการขับเคลื่อนและผลักดันการดำเนินงานของกรอบความร่วมมือบิมสเทคอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาความร่วมมือด้านความมั่นคงของบิมสเทค อินเดียมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือในด้านความมั่นคง การต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ และการป้องกันภัยคุกคามในภูมิภาค โดยอินเดียได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ประสานงานด้านกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย ส่งผลให้เกิดการจัดทำอนุสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือทางอาญาระหว่างประเทศสมาชิก และผลักดันให้เกิดการลงนามใน “อนุสัญญาบิมสเทคว่าด้วยความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ และการลักลอบค้ายาเสพติด” เมื่อปี พ.ศ. 2556 เพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่กระทบต่อสันติภาพของภูมิภาค นอกจากนี้ อินเดียยังดำเนินการเชิงรุกผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในด้านการต่อต้านการก่อการร้ายไซเบอร์และความมั่นคงไซเบอร์ ณ วิทยาลัยตำรวจแห่งชาติที่เมืองไฮเดอราบาด รวมถึงการประชุมว่าด้วยความมั่นคงชายฝั่ง การอบรมปฏิบัติการสำหรับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงชายฝั่ง และการจัดประชุมเครือข่ายคลังสมอง BIMSTEC เพื่อหารือด้านความมั่นคงของภูมิภาค
ในมิติอื่นๆ อินเดียยังมีบทบาทสำคัญ อาทิ การขนส่งและการสื่อสาร อินเดียผลักดันข้อตกลงว่าด้วยการขนส่งชายฝั่งของ BIMSTEC และเป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับความสามารถด้านการสื่อสารในกลุ่มประเทศสมาชิก โดยมุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งเพื่อกระตุ้นการค้า การจ้างงาน และความมั่งคั่งในภูมิภาค การท่องเที่ยว อินเดียมีบทบาทสำคัญในการจัดตั้ง "ศูนย์ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวบิมสเทค" ณ กรุงนิวเดลี ในปี 2007 เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาและการท่องเที่ยวทางน้ำ พร้อมสนับสนุนงบประมาณและเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมหารือด้านการท่องเที่ยวของภูมิภาค
การจัดการสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ อินเดียจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศในการบริหารจัดการภัยพิบัติ และริเริ่มจัดตั้งศูนย์อุตุนิยมวิทยาและสภาพภูมิอากาศ (BIMSTEC Weather and Climate Centre) เพื่อเตือนภัยพิบัติและแบ่งปันข้อมูลร่วมกันในกลุ่มประเทศสมาชิก พร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญถึง 135 คนเข้าร่วมกิจกรรมการฝึกอบรม เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรด้านภัยพิบัติในภูมิภาค ในขณะที่ ด้านพลังงาน อินเดียยังเป็นผู้นำในการจัดตั้งศูนย์พลังงานบิมสเทค (BIMSTEC Energy Centre) อันเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการดำเนินงานในระดับภูมิภาค ทั้งยังเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำ BIMSTEC ครั้งที่ 2 เมื่อปี 2008 ณ กรุงนิวเดลี โดยแสดงความมุ่งมั่นในการพัฒนาอนุสาขาต่าง ๆ อย่างจริงจัง
นอกจากนี้ อินเดียยังสนับสนุนด้านงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของบิมสเทค โดยประกาศสนับสนุนเงินจำนวน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่สำนักเลขาธิการ BIMSTEC ที่กรุงธากา เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานทั่วไป อีกทั้งยังเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดทางธุรกิจของ BIMSTEC เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุน และส่งเสริมให้เกิดเวทีวิชาการและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในสาขาต่าง ๆ เช่น การเกษตร ความปลอดภัยด้านอาหาร การแพทย์แผนดั้งเดิม และการสาธารณสุข
จึงกล่าวได้ว่า อินเดียมีบทบาทสำคัญในบิมสเทค ทั้งในด้านความมั่นคง ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ผ่านกลไกต่าง ๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความมั่นคงและพัฒนาอย่างยั่งยืน และมุ่งเชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไว้ด้วยกัน
อินเดีย กับ 21 ประเด็นแผนปฏิบัติการ (A 21-point Action Plan) เพื่อขับเคลื่อนบิมสเทค
ในการประชุมสุดยอดบิมสเทค ครั้งที่ 6 ที่จัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เมื่อเดือนเมษายน2568 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย ได้เสนอ “แผนปฏิบัติการ 21 ข้อ” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ ระหว่างประเทศสมาชิกบิมสเทค และเป็นหมุดหมายของการปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนบทบาทของอินเดียในบิมสเทคให้เด่นชัดยิ่งขึ้น โดยแผนปฏิบัติการดังกล่าว ได้แบ่งเป็น 6 ด้านหลัก ดังนี้
ด้านที่ 1 การส่งเสริมธุรกิจการค้า มีข้อเสนอเรื่องการจัดตั้งหอการค้าบิมสเทค (BIMSTEC Chamber of Commerce) การจัดการประชุมผู้นำทางธุรกิจแห่งบิมสเทค (BIMSTEC Business Summit) ในทุกปี รวมถึงการศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับค้าด้วยเงินตราท้องถิ่น (Trade in Local Currency) ภายในภูมิภาคบิมสเทค
ด้านที่ 2 เทคโนโลยีสารสนเทศ มีข้อเสนอเรื่องการสนับสนุนการศึกษาตัวอย่างเกี่ยวกับความเข้าใจในความต้องการรวมถึงประสบการณ์ของกลุ่มประเทศบิมสเทคเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะดิจิตัล (Digital Public Infrastructure: DPI) และข้อเสนอเรื่องการเชื่อมโยงระหว่างระบบการชำระเงินแบบเรียลไทม์ในอินเดียที่ช่วยให้โอนเงินจากบัญชีธนาคารหนึ่งไปยังอีกบัญชีหนึ่งได้อย่างราบรื่นและทันทีบนอุปกรณ์เคลื่อนที่โดยไม่เสียค่าธรรมเนียมของอินเดีย (Unified Payments Interface) กับระบบชำระเงินในกลุ่มประเทศบิมสเทค
ด้านที่ 3 ป้องกันบรรเทาและบริหารจัดการภัยพิบัติ มีข้อเสนอเรื่องการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งบิมสเทคในอินเดีย (BIMSTEC Center of Excellence for Disaster Management) โดยศูนย์ฯนี้จะทำหน้าที่ในการประสานงานในประเด็นการบรรเทาและฟื้นฟู รวมถึงบริหารจัดการภัยพิบัติภายในภูมิภาค นอกจากนี้อินเดียยังรับเป็นเจ้าภาพในการฝึกปฏิบัติการร่วมครั้งที่ 4 ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้านการจัดการภัยพิบัติจากประเทศบิทสเทคในปีนี้อีกด้วย
ด้านความมั่นคงและอวกาศ อินเดียสนับสนุนการจัดประชุมรัฐมนตรีบิมสเทคที่ดูแลกิจการภายในและกลไกที่เกี่ยวข้อง (Home Ministers’ Mechanism) เป็นครั้งแรกในอินเดีย นอกจากนี้ยังเสนอการจัดตั้งสถานีภาคพื้นดินสำหรับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านเทคโนโลยีอวกาศสำหรับกลุ่มประเทศบิมสเทค รวมถึงการเพิ่มการสร้างและใช้งานดาวเทียมนาโน (Nano Satellite) และข้อมูลการสำรวจระยะไกล (Remote Sensing Data)
ด้านการอบรมและการเพิ่มพูนขีดความสามารถ เสนอการจัดตั้ง “โพธิ” (Bohdi) หรือ โครงสร้างพื้นฐานด้านทรัพยากรมนุษย์เพื่อการพัฒนาอย่างเป็นระบบของบิมสเทค (BIMSTEC for Organized Development of Human Resource Infrastructure) โดยมุ่งสนับสนุนเยาวชนจำนวนกว่า 300 คนจากกลุ่มประเทศบิมสเทคให้ได้รับการฝึกอบรมในอินเดียทุกปี นอกจากนี้ยังสนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาภายในภูมิภาคเพื่อศึกษาต่อยังสถาบันวิจัยป่าไม้เห่งอินเดียและมหาวิทยาลัยนาลันดา ในขณะที่นักการทูตรุ่นใหม่จากกลุ่มประเทศบิมสเทคจะได้รับการฝึกอบรมทุกปีภายใต้กรอบความร่วมมือ ด้านการเพิ่มขีดความสามารถด้านสุขภาพ อินเดียจะสนับสนุน Tata Memorial Center ในการอบรมและการเพิ่มพูนขีดความสามารถด้านมะเร็ง อีกทั้งยังเตรียมการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อการวิจัยและการประชาสัมพันธ์การแพทยดั้งเดิม (Traditional Medicine) รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับเกษตรกรอีกด้วย
ด้านพลังงานและการส่งเสริมศักยภาพเยาวชน อินเดียจะขับเคลื่อนการดำเนินงานของศูนย์พลังงานบิมสเทคที่ถูกจัดตั้งขึ้น ณ เมืองเบงกาลูรู รวมถึงการเร่งรัดให้เกิดการเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Electric Grid Interconnection) ในขณะที่การส่งเสริมศักยภาพของเยาวชน อินเดียจะจัดการประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนบิมสเทค (BIMSTEC Young Leader Summit) การจัด BIMSTEC Hackathon และการจัดโครงการแลกเปลี่ยนสำหรับเยาวชน (Young Professional Visitors Program) รวมไปถึงการจัดพบปะนักกีฬา และ การเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาบิมสเทค (BIMSTEC Games) เพื่อเชื่อมโยงเยาวชนและคนรุ่นใหม่ในภูมิภาคร่วมกัน
ด้านความเชื่อมโยงทางกายภาพและวัฒนธรรม อินเดียสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์การคมนาคมทางทะเลอย่างยั่งยืน (Sustainable Maritime Transport Centre) โดยมีหน้าที่สำคัญในการขยายความร่วมมือในการยกระดับขีดความสามารถ การวิจัย นวัตกรรม และนโยบายทางทะเล ในขณะที่ความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม อินเดียจะเป็นเจ้าภาพในการจัดเทศกาลดนตรีประจำชาติของบิมสเทค (BIMSTEC Traditional Music Festival) เพื่อสานสัมพันธ์ในระดับประชาชน
จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ถึงแนวทางและบทบาทของอินเดียในการส่งเสริมความร่วมมือในกลุ่มประเทศบิมสเทค โดยมีหลักคิดสำคัญคือมุ่งเน้นการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศสมาชิก BIMSTEC การใช้ประโยชน์จากศักยภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) การร่วมมือด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ ความร่วมมือด้านอวกาศ การเสริมสร้างระบบความมั่นคง บทบาทของเยาวชนที่จะเป็นผู้นำในอนาคต ความเชื่อมโยงทางกายภาพและความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น การเข้าใจในบทบาทของอินเดียดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถเชื่อมต่อนโยบายและการปฏิบัติและสามาถใช้ประโยชน์จากการเป็นชาติสมาชิกร่วมกับอินเดียในกรอบความร่วมมือแห่งอ่าวเบงกอลที่นับวันยิ่งทวีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยณัฐ สร้อยคำ
คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงนิวเดลี
อ่านเพิ่มเติม
1. PM proposes a 21-point Action Plan covering different aspects of cooperation amongst BIMSTEC nations https://www.pib.gov.in/PressReleaseIframePage.aspx?PRID=2118661
2. จากอ่าวเบงกอลสู่บิมสเทคปริทัศน์ผ่านรัฐสมาชิก https://shorturl.at/gBEIQ