ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลีได้เห็นแนวโน้มที่ดีระหว่างภาคธุรกิจไทยและอินเดีย ที่ต่างสนใจจะทำธุรกิจ ลงทุน ร่วมทุน ในประเทศของกันและกัน บทความฉบับนี้จึงขอถ่ายทอดประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงานฝ่ายเศรษฐกิจในสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่น่าจะเป็นเคล็ดลับที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่กำลังสนใจมาลงทุนหรือดำเนินธุรกิจในอินเดีย

ความสนใจของนักธุรกิจไทยต่ออินเดียกำลังเพิ่มมากขึ้น
ธุรกิจรายใหญ่ที่คุ้นหูชาวไทยอย่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัทไทยซัมมิทฯ ดัชมิลล์ บริษัทอิตาเลียนไทยฯ และเอสซีจี รวมไปถึงบริษัทไทยอื่น ๆ รวม 27 ราย ได้มองเห็นศักยภาพของอินเดีย และเริ่มลงทุนในประเทศแห่งโอกาสแห่งนี้แล้ว นอกจากนี้ ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังได้รับการติดต่อจากธุรกิจรายใหม่ ๆ ที่สนใจจะมาลงทุนในอินเดียเพิ่มเติม อาทิ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล นกแอร์ บริษัทบิวตี้ คอมมูนิตี้ฯ บริษัทดีสโตน คอร์ปอเรชั่นฯ เป็นต้น ข้อมูลจากหน่วยงาน Invest India ซึ่งเป็นหน่วยงานส่งเสริมการลงทุนต่างประเทศในอินเดียเปิดเผยว่า ไทยคือหนึ่งในสามประเทศอาเซียนที่มีศักยภาพสูงสุดที่จะเดินทางมาลงทุนในสาขาอุตสาหกรรมและบริการที่อินเดีย (อีกสองประเทศคือ สิงคโปร์ และมาเลเซีย) ดังนั้น หากท่านกำลังสนใจจะดำเนินธุรกิจอินเดีย โปรดอย่าคิดว่าเป็นเรื่องยากหรือเป็นเรื่องใหม่ ให้คิดว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมแก่เวลาที่จะเริ่มต้นแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในประเทศแห่งนี้

เจรจาธุรกิจในอินเดีย อย่าพูดจาอ้อม ๆ แอ้ม ๆ
แม้โดยธรรมชาติแล้วคนอินเดียจะเป็นคนสบาย ๆ ไม่เคร่งครัด แต่เมื่ออยู่ในเวทีการเจรจาธุรกิจแล้ว ชาวอินเดียจะตั้งคำถามและสอบถามอย่างไม่อ้อมค้อม ซึ่งอาจทำให้นักธุรกิจไทยรู้สึกถูกคุกคามหรือเห็นว่าไม่เหมาะสม อย่างไรก็ดี สถานเอกอัครราชทูตฯ เห็นว่ารูปแบบการหารือของนักธุรกิจอินเดียเป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจไทยควรเรียนรู้ และเป็นแนวทางการหารือที่เป็นสากล นักธุรกิจไทยจึงควรเตรียมข้อมูลสำหรับการเจรจาเกี่ยวกับสายธุรกิจของบริษัทให้ชัดเจนและลึกซึ้ง โดยควรมีผู้เจรจาธุรกิจที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีและสามารถให้ข้อมูลแก่ฝ่ายอินเดียได้อย่างชัดเจนตรงไปตรงมา รวมทั้งมีความมั่นใจในการแสดงความคิดเห็น ทั้งนี้ การมีเจ้าหน้าที่ที่พูดภาษาท้องถิ่นได้ดีก็เป็นประโยชน์
สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ในอินเดียคือผู้ช่วยที่ดีของท่าน
หลายคนอาจมองไม่เห็นความเชื่อมโยงระหว่างสถานเอกอัครราชทูตฯ กับการดำเนินธุรกิจ ... จึงจะขอยกตัวอย่างเหตุการณ์จริงให้ผู้อ่านได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ เช่น
กรณีที่ 1 บริษัทไทยในอินเดียรายหนึ่ง ถูกแรงงานในโรงงานจับกลุ่มกันเป็นสหภาพแรงงานและเรียกร้องสิทธิประโยชน์เกินกว่าที่กฏหมายกำหนด ทางบริษัทพยายามขอร้องให้หน่วยงานภาครัฐอินเดียช่วยเหลือ แต่ไม่เป็นผล สุดท้ายแล้วได้ทำหนังสือมาถึงสถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ช่วยทำหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ปัญหาดังกล่าวทุเลาลง
กรณีที่ 2 ธุรกิจไทยในอินเดียอีกรายหนึ่งพยายามจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในอินเดียโดยใช้ชื่อที่คล้ายคลึงกับธุรกิจของตนในไทยแต่ถูกปฏิเสธ แต่เมื่อเอกอัครราชทูตฯ ได้เข้าช่วยเจรจากับหน่วยงานจดทะเบียนบริษัทของอินเดีย ก็ทำให้ปัญหาดังกล่าวคลี่คลาย และได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนบริษัทตามชื่อที่ร้องขอได้
... เห็นหรือยังว่า สถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ฯ ในอินเดีย คือผู้ช่วยทางธุรกิจที่ดีของท่าน

แล้วสถานเอกอัครราชทูตฯ และสถานกงสุลใหญ่ฯ ช่วยท่านได้อย่างไรบ้าง?
1. ช่วยเชื่อมโยงท่านกับหน่วยงานที่จำเป็น หรือบุคคลที่ถูกต้อง
การมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานหรือบุคคลที่มีศักยภาพ ถือเป็นหัวใจของการทำธุรกิจในอินเดีย และเอกอัครราชทูตฯ กงสุลใหญ่ฯ รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายเศรษฐกิจ คือผู้ที่มีเครือข่ายดังกล่าวที่พร้อมให้ภาคธุรกิจไทยใช้บริการ โดยที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้เชื่อมต่อบริษัทไทยกับบุคคลสำคัญของอินเดียที่มีศักยภาพในโอกาสต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างโอกาสเพิ่มเติมให้แก่ธุรกิจนั้น ๆ ทั้งนี้ หน่วยงานส่งเสริมการลงทุนของอินเดียที่สถานเอกอัครราชทูตฯ มักเชื่อมต่อให้แก่เอกชนไทยมากที่สุด คือ Invest India เพราะสามารถเชื่อมโยงผู้ประกอบการต่างชาติให้พบกับบุคคลสำคัญของภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งกระบวนการเจรจา และกระบวนการด้านเอกสารในการก่อตั้งธุรกิจให้รวดเร็วขึ้นได้ พร้อมทั้งช่วยลดปัญหาการคอร์รัปชั่นและการถูกก่อกวนโดยกลุ่มอิทธิพลท้องถิ่นอีกด้วย (ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.investindia.gov.in)
2. ช่วยเร่งการสร้างปฏิสัมพันธ์ทางธุรกิจให้เร็วขึ้นได้
สถานเอกอัครราชทูตฯ สังเกตเห็นว่าหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอินเดียต่างให้ความสำคัญกับการที่เอกอัครราชทูตฯ (และกงสุลใหญ่ฯ) ในการขอเข้าพบบุคคลสำคัญ หรือการเจรจาไกล่เกลี่ยปัญหาต่าง ๆ ซึ่งมีส่วนให้การแก้ไขประเด็นต่าง ๆ มักจะสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น ในการนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงสนับสนุนและยินดีให้ภาคเอกชนไทยติดต่อเมื่อต้องการขอรับความช่วยเหลือและการสนับสนุนในกรณีที่ดำเนินการด้วยตนเองแล้วไม่ประสบความสำเร็จ
อนาคตของเศรษฐกิจโลกอยู่ที่อินเดียแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนไทยที่จะเรียนรู้และวางแผนเก็บเกี่ยวโอกาสทางธุรกิจตั้งแต่วันนี้ ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลีพร้อมเสมอที่จะให้บริการส่งเสริมธุรกิจไทยในอินเดียให้ดีที่สุด ในฐานะตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสำหรับชาวไทย โดยสามารถติดต่อฝ่ายเศรษฐกิจผ่านเวบไซต์แห่งนี้ หรือทางอีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี
6 สิงหาคม 2561