การชะลอตัวทางเศรษฐกิจเมื่อสองสามปีที่จากผลกระทบของเศรษฐกิจโลก ไม่ได้ส่งผลต่อชีวิตชาวเมืองของชาวเดลีเลย ไม่เพียงแต่รายได้เฉลี่ยต่อหัวของชาวเมืองที่สูงขึ้นเท่านั้น การจับจ่ายใช้สอยในสินค้าอุปโภคบริโภคและค่าใช้จ่ายเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว แสดงให้เห็นถึงการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างคึกคักของเดลีในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งจากรายงานล่าสุดของรัฐบาลเมืองเดลี Delhi Statistical Handbook 2012 ได้บ่งถึงชี้ถึงข้อพิสูจน์หลายๆอย่างในการพัฒนาและกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นของเดลี อย่างไรก็ตามข้อมูลทางสถิติบางส่วนได้ชี้ให้เห็นถึงข้อห่วงกังวลที่ยังไม่ได้รับการดูแลอย่างจริงจังและอาจกลายเป็นตัวฉุดรั้งความกินดีอยู่ดีของชาวเมืองเดลีได้เช่นกัน

เมืองที่ร่ำรวยเป็นอันดับ 2 ของประเทศ
ตามรายงาน Delhi Statistical Handbook 2012 เดลียังคงเป็นเมืองที่รวยที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศ(หลังจาก Goa) ในแง่รายได้ต่อหัวของประชากร โดยระหว่างปี 2011-12 ได้เพิ่มขึ้นเป็น 97,298 บาท(175,812 รูปี) จาก 83,375 บาท(150,653 รูปี)ในปีที่แล้ว ซึ่งการเพิ่มขึ้นของรายได้จำนวนถึง 13,924 บาท(25,159 รูปี)ดังกล่าว ได้สะท้อนถึงแนวโน้มในการใช้จ่ายของชาวเมืองที่เพิ่มขึ้น โดยในรายงานฉบับเดียวกันได้แสดงข้อมูลที่ชี้ว่า จากการที่ชาวเดลีมีเงินในกระเป๋ามากขึ้น ได้นำไปสู่การใช้จ่ายมากขึ้นในเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เช่น ปัจจุบันชาวเมืองถึง 88% มีโทรทัศน์ในครัวเรือน 90.8% มีโทรศัพท์ใช้ ซึ่งคนกลุ่มเดียวกันนี้ที่มีโทรศัพท์มือถือ 68.2% แต่ค่าเฉลี่ยทั้งเดลีมีมือถือถึง 2.5 เครื่องต่อคน(จำนวนเครื่องทั้งหมด 42.5 ล้านเครื่อง) โดยมีมากกว่า 29% ของครอบครองคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊ก และในหนึ่งปีมานี้เมืองเดลีมีรถเพิ่มขึ้นมากกว่า 5 แสนคัน นอกจากนั้น ชาวเดลีได้ใช้จ่ายเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจเพิ่มสูงขึ้นด้วย กล่าวคือ จำนวนคนที่เข้าดูภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์ทุกวันเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จาก 90,000 คน ในปี 2010-11 เป็น 98,000 คน ระหว่างปี 2011-12 รวมถึง ชาวเมืองมีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปีนี้มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกประเภทมากกว่า 25 ล้านลัง
ค่าครองชีพของเมืองขยับสูงขึ้น
ความร่ำรวยเพิ่มขึ้นของชาวเดลี ในอีกทางหนึ่งได้กลับมาเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ค่าครองชีพของเมืองขยับสูงขึ้นตาม รายงานอีกฉบับจาก National Sample Survey Organization (NSSO); The key indicators of household consumer expenditure in India รอบการสำรวจที่ 66 ระหว่างเดือนกรกฎาคม 2009 – มิถุนายน 2010 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นอีกแง่มุมว่า ค่าใช้จ่ายหลายอย่างเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเดลีเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพหรือค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อเดือนสูงที่สุดในอินเดียในปี 2009-2010 โดยค่าใช้จ่ายในหมวดหมู่อาหาร (essential food items) และไม่ใช่อาหาร (non-food items) เพิ่มขึ้น 75% และ 78% ตามลำดับ ส่วนในรายการค่าใช้จ่ายด้านอาหารข้างต้น รายการที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ พริก(131%) และซีเรียล(85%) ที่ทั้งสองรายการต่างเป็นองค์ประกอบหลักของอาหารแต่ละมื้อ ในขณะเดียวกัน ชาวเดลียังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายมากกว่าเดิมในเรื่องของการศึกษาสำหรับบุตร การรักษาพยาบาล และค่าเช่าบ้าน ไปจนถึงค่าใช้จ่ายในสินค้าคงทน เช่น เครื่องซักผ้า ตู้เย็น และเครื่องปรับอากาศที่มีมูลค่าสูงขึ้นถึง 105% และค่าใช้จ่ายด้านบริการ เช่น การซ่อมแซม แม่บ้าน และการรักษาความปลอดภัยสูงขึ้น 46% เปรียบเทียบกับปี 2004
การเพิ่มสูงขึ้นของราคาสินค้าและบริการดังกล่าว หากดูผิวเผินอาจไม่กระทบกับชาวเดลีผู้มีรายได้สูงนัก แต่เมื่อพิจารณาเจาะลึกลงในรายละเอียดแล้วก็จะพบว่า ผู้ที่มีรายได้ไม่เพิ่มขึ้นไปตามอัตราเงินเฟ้อ รวมถึงสมาชิกของเมืองที่รายได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากการกระจายรายได้ของเดลียังอยู่ในระดับต่ำ หรือเป็นเมืองที่มีช่องว่างทางรายได้สูง อาจต้องเผชิญกับผลกระทบด้านราคาสินค้าและการจับจ่ายใช้สอยเพื่ออำนวยความสะดวก

ปัญหาการกระจายรายได้
เรื่องปัญหาการกระจายรายได้ของเดลีได้ถูกตีแผ่ผ่านชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรใน Delhi Statistical Handbook 2012 เช่นกัน ที่แม้รัฐบาลได้เน้นย้ำถึงการเพิ่มขึ้นของการอยู่อาศัยในลักษณะแบบครอบครัวเดี่ยวซึ่งตอนนี้มีจำนวนเป็น 24% ของครัวเรือนทั้งหมด แต่เมื่อพิจารณาใน 46% ของครัวเรือนที่เหลือที่มีสมาชิกอาศัยอยู่ด้วยกัน 5 – 8 คนต่อครัวเรือนแล้ว ครอบครัวกลุ่มนี้จะเป็นประชากรที่อยู่ในระดับต่ำกว่าชนชั้นกลางเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งมีเพียงห้องหนึ่งหรือสองห้องเป็นที่อยู่อาศัย โดยจากสถิติมี 32.2% ของชาวเมืองมีห้องเพียงหนึ่งห้องซึ่งสามารถเรียกว่าบ้านได้ ในขณะเดียวกันชาวเมืองเพียง 20% อาศัยอยู่ในที่พักอาศัยแบบ 3ห้อง และยิ่งหาได้ยากยิ่งกว่าสำหรับครอบครัวที่มีที่พักแบบสี่ห้อง คือ 10.4 % จากประชากรทั้งหมด 16.7 ล้านคน นอกจากนั้น มีแนวโน้มว่าชุมชนแออัดรอบเมืองเดลีกำลังขยายตัวในบริเวณทางใต้ เหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองอีกด้วย
พร้อมกันนี้รายงาน National crime report ฉบับล่าสุด จาก National Crime Record Bureau (NCRB) ได้จัดลำดับให้เมืองเดลีรั้งอันดับหนึ่งของประเทศที่มีการโจรกรรมทรัพย์สินสูงที่สุด ตามมาด้วยบังกะลอร์ และมุมไบ โดยมีการบันทึกคดีที่มีการแจ้งความไว้ 32,240 กรณี รวมมูลค่าทรัพย์สินและเงินที่ถูกโจรกรรมไปทั้งหมดกว่า 1.6 พันล้านบาท (2.9 พันล้านรูปี ระหว่างปี 2007-2011)

ปัญหาการสาธารณสุข
ในประเด็นด้านสุขอนามัยและโรคภัยไข้เจ็บของชาวเมือง ที่ระบบสาธารณสุขและการเข้าถึงการบริการทางการแพทย์มีการพัฒนาขึ้นมากในรอบหลายปีที่ผ่านมา แต่ยังคงไม่สามารถตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นของเมืองได้เท่าที่ควร
ตามรายงาน Delhi Statistical Handbook 2012 ฉบับเดียวกันนี้ ได้แสดงถึงข้อห่วงใยเรื่องอัตราการตายที่มาจากโรคที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจ (Respiratory diseases) ซึ่งเป็นสาเหตุของการตายมากที่สุดของเดลีในปัจจุบัน เนื่องจากคุณภาพอากาศที่แย่ลงของเมือง โดยทุกๆวันจะมีชาวเดลีตายเพราะโรคนี้ถึง 23 คน ส่วนข่าวดีจากสถิติฉบับนี้คือสาเหตุการตายอื่นๆ เช่น การบาดเจ็บ (รวมถึงการฆ่าตัวตาย) พิษไข้ โรคบิด อาการท้องร่วง และอหิวาตกโรค มีแนวโน้มที่ลดลง
สรุป
เดลีกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วพร้อมๆกับความร่ำรวยมากขึ้นของชาวเมือง หากแต่ไม่ใช่ชาวเมืองทั้งหมดที่ได้รับผลประโยชน์ ความแตกต่างระหว่างชนชั้นและรายได้ยังคงซ่อนอยู่ในทุกๆตรอกซอกซอยของเมือง และมีการขยายตัวของชุมชนแออัดโดยรอบ ในขณะที่การสาธารณสุขยังคงเป็นปัญหาเดิมๆที่จำเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน รวมไปถึงภาระค่าใช้จ่ายจากราคาสินค้าและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ต่างเป็นปัจจัยที่กระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวเมืองและฉุดรั้งการพัฒนาของเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เป็นความจริงที่ว่าเดลีเป็นเมืองที่น่าสนใจและมีโอกาสทางเศรษฐกิจแฝงอยู่เสมอ แต่ด้วยสาเหตุที่ ณ ปัจจุบัน เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ จึงอาจเกิดปัญหาและข้อจำกัดบ้าง เวลาเท่านั้นที่เป็นเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นของเดลี คงต้องเฝ้ามองกันอีกสักระยะเวลาหนึ่งว่าเมืองๆนี้จะวิ่งไปในทิศทางไหนกันแน่
ธนวัฒน์ ไทยแก้ว
รายงานจากกรุงนิวเดลี
6 ธันวาคม 2555