ชาวอินเดียนอกประเทศ พลังทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่
ชาวอินเดียนับเป็นกลุ่มชนชาติที่มีจำนวนประชากรอาศัยอยู่นอกประเทศสูงสุดเป็นอันดับสองของโลกรองจากชาวจีน ทั้งนี้ มีการประเมินว่า มีชาวอินเดียอาศัยอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลกประมาณ 29.3 ล้านคน ซึ่งบุคคลเหล่านี้เป็นทั้งผู้ที่เกิดและมีถิ่นฐานอยู่ในต่างประเทศ และชาวอินเดียที่อพยพเดินทางไปแสวงหาโอกาสทางธุรกิจและการประกอบอาชีพ ซึ่งในปีหนึ่งๆ บุคคลเหล่านี้ได้สร้างคุณูปการต่อเศรษฐกิจอินเดียด้วยการส่งเงินกลับประเทศ (remittance) เป็นจำนวนมหาศาล ซึ่งในปี 2012 ชาวอินเดียในต่างประเทศได้ส่งเงินกลับประเทศเป็นมูลค่าสูงที่สุดในโลกประมาณ 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7% ของ GDP
ชาวอินเดียอาศัยอยู่ในประเทศต่างๆ ประมาณ 40 ประเทศทั่วโลก โดยอยู่ในทวีปเอเชียมากที่สุดประมาณ 14.1 ล้านคน ยุโรป 6.3 ล้านคน ทวีปอเมริกา 5.3 ล้านคน แอฟริกา 2.8 ล้านคน และโอเชียเนีย 0.8 ล้านคน ซึ่งหากยกเว้นชาวอินเดียในเมียนมาร์และเนปาลแล้ว ชาวอินเดียอาศัยอยู่ในต่างประเทศมากที่สุดที่สหราชอาณาจักร มาเลเซียและสหรัฐฯ โดยทรัพย์สินและความมั่งคั่งของชาวอินเดียที่อยู่ในต่างประเทศรวมกันมีประมาณ 1,200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติประจำปีของอินเดีย
ในกลุ่มชาวอินเดียที่เดินทางออกไปแสวงหาโอกาสทางธุรกิจและการประกอบอาชีพในต่างประเทศ ผู้ที่เดินทางไปตะวันออกกลางส่วนใหญ่เป็นผู้ใช้แรงงาน แต่ก็มีผู้ประกอบวิชาชีพชั้นสูงที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะรวมอยู่ด้วย ส่วนชาวอินเดียที่เดินทางไปทวีปอเมริกา ยุโรปและประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีการศึกษาสูง ซึ่งเดินทางเข้าไปประกอบธุรกิจหรือเข้าไปเป็นนักวิชาชีพชั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขา ไอทีและวิศวกรรม

อินเดียในสหรัฐฯ พลังสำคัญด้านไอที
ในบรรดาชาวต่างชาติที่อพยพย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในประเทศสหรัฐฯ ในยุคใหม่ ชาวอินเดียเป็นผู้ที่มีการก่อตั้งกิจการในสหรัฐฯ จำนวนสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาไอที ทั้งนี้ จากการศึกษาวิจัยของสถาบัน Kauffman Foundation เรื่อง America’s new immigrant entrepreneurs พบว่า แม้ปัจจุบันผู้อพยพในอเมริกาคิดเป็นสัดส่วนจำนวนน้อยของประชากรสหรัฐฯ แต่ผู้อพยพเหล่านี้คิดเป็นสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ของเจ้าของบริษัทที่ประกอบธุรกิจในสาขาวิศวกรรมและเทคโนโลยีทั่วประเทศสหรัฐฯ และคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 44% ของบริษัทตั้งใหม่ใน Silicon Valley ซึ่งบริษัทที่ก่อตั้งโดยผู้อพยพมีส่วนในการจ้างงานในสหรัฐฯ ถึง 560,000 ตำแหน่งระหว่างปี 2006 – 2012 และสร้างรายได้เป็นมูลค่าถึง 63,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2012 โดยชาวอินเดียมีการตั้งกิจการมากที่สุดในกลุ่มชนชาติที่อพยพไปสหรัฐฯ รองลงมาคือ จีนและอังกฤษ โดยบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับวิศวกรรมและเทคโนโลยีเป็นของชาวอินเดีย คิดเป็น 1 ใน 3 ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงกว่าจำนวนบริษัทของกลุ่มผู้อพยพสัญชาติอื่นอีก 7 เชื้อชาติรวมกัน โดยจีนคิดเป็น 8.1% สหราชอาณาจักร 6.3% และแคนาดา 4.2% ทั้งนี้ ชาวอินเดียนิยมก่อตั้งบริษัทในรัฐแคลิฟอร์เนียและนิวเจอร์ซีย์
ความโดดเด่นด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีของชาวอินเดียที่อพยพไปทำงานในต่างประเทศไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในทวีปอเมริกาเท่านั้น จากการศึกษาของ OECD เรื่อง Harnessing the Skills of Migrants and Diasporas to Foster Development เมื่อปี 2012 ระบุว่า ชาวอินเดียนับเป็นชนชาติที่มีจำนวนสูงสุดในบรรดาผู้อพยพที่มีการศึกษาสูงที่ไปอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยในช่วงปี 2005 - 2006 มีผู้อพยพที่มีการศึกษาสูงประมาณ 26 ล้านคนอาศัยอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว (OECD) โดยในจำนวนนี้ ประมาณ 1 ล้านคน เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก ซึ่งผู้อพยพที่มีทักษะสูงเหล่านี้เป็นชาวเอเชีย 33% หรือ 8.5 ล้านคน ที่น่าสนใจคือ ระหว่างช่วงปี 2000-2001 และ 2005-2006 มีหญิงชาวอินเดียที่มีการศึกษาสูงอพยพไปประกอบอาชีพและทำงานในกลุ่มประเทศ OECD ถึง 700,000 คน ทั้งนี้ ประเมินว่าในปี 2010 มีจำนวนนักเรียนต่างชาติที่ศึกษาอยู่ในประเทศ OECD ประมาณ 3 ล้านคน โดยกว่า 1 ใน 3 เป็นชาวจีนและอินเดีย ซึ่งนักเรียนเหล่านี้สามารถเป็นแหล่งแรงงานที่มีทักษะสูงให้แก่กลุ่มประเทศ OECD ได้ ซึ่งหลายประเทศก็ได้ปรับระเบียบการตรวจคนเข้าเมืองเพื่อให้นักเรียนเหล่านี้สามารถทำงานในประเทศของตนได้ภายหลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว
เศรษฐกิจที่เติบโต ดึงคนอินเดียกลับบ้าน
จากการที่เศรษฐกิจอินเดียได้เติบโตอย่างรวดเร็วในระดับต้นๆ ของโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พร้อมๆ กับโอกาสใหม่ๆ ในการลงทุนประกอบธุรกิจและทำงานวิชาชีพ ทำให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ที่ชาวอินเดียที่อพยพไปต่างประเทศเพื่อหาโอกาสทางวิชาชีพได้เริ่มหันกลับมามองโอกาสดังกล่าวในอินเดียแทน มีการประเมินว่า ปัจจุบันมีสมองไหลย้อนกลับไปสู่อินเดียแล้วประมาณ 50,000 – 60,000 คน โดยส่วนใหญ่อยู่ในวิชาชีพด้านไอที รวมทั้ง มีการศึกษาระบุว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า จะมีชาวอินเดียที่ทำงานด้านวิชาชีพในต่างประเทศอพยพกลับอินเดียอีกประมาณ 300,000 คน เพื่อแสวงหาความพึงพอใจในการทำงานที่สูงกว่าในต่างประเทศ ซึ่งกระแสดังกล่าวไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะชาวอินเดียเท่านั้น แต่เป็นกระแสหลักประการหนึ่งของโลก (mega trend) ที่ผู้อพยพไปทำงานในต่างประเทศมีแนวโน้มที่จะโยกย้ายกลับไปทำงานในบ้านเกิดของตน ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวแตกต่างอย่างมากจากอดีตที่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีของอินเดียถึง 9 ใน 10 คน จะมุ่มหน้าไปหาโอกาสทางธุรกิจหรือการประกอบวิชาชีพในประเทศตะวันตกเมื่อสำเร็จการศึกษา
การที่ชาวอินเดียที่มีการศึกษาสูงและทำงานอยู่ในต่างประเทศบางส่วนเริ่มหันกลับไปทำงานในบ้านเกิดมีเหตุผลหลายประการ ตั้งแต่เหตุผลเรื่องครอบครัวและส่วนตัว การตระหนักเห็นว่าอินเดียเริ่มเป็นประเทศที่มีโอกาสสูงในอุตสาหกรรมด้านไอที การเห็นโอกาสได้งานดีและมีรายได้สูง รวมถึงเห็นลู่ทางในการประกอบธุรกิจที่หลากหลาย นอกจากนั้น ยังเกิดจากปัญหาในประเทศที่ผู้อพยพชาวอินเดียไปทำงานด้วย อาทิ ปัญหาการเหยียดเชื้อชาติ การมีอคติกับลูกจ้างที่เป็นผู้อพยพ รวมถึงภาวะการว่างงานสูงและเศรษฐกิจตกต่ำในประเทศที่พัฒนาแล้ว ตลอดจนความเข้มงวดในนโยบายด้านการตรวจคนเข้าเมืองและการตั้งถิ่นฐาน ทั้งหมดนี้จึงเป็นทั้งแรงดึงและแรงผลักให้ชาวอินเดียเริ่มที่จะเดินทางกลับไปทำงานในประเทศของตน ทั้งนี้ นาย P. Chidambaram รัฐมนตรีคลังอินเดียได้เรียกร้องให้ชาวอินเดียที่อพยพไปทำงานในต่างประเทศกลับไปอินเดียเพื่อช่วยกันสร้างชาติ โดยกล่าวในพิธีเปิดมหาวิทยาลัย Mohali Campus of Indian School of Business (ISB) เมื่อต้นเดือน ธ.ค. 2555 ว่าเป็นเรื่องปกติที่นักศึกษาอินเดียจะมุ่งหวังเดินทางไปทำงานในสหรัฐฯ หรือประเทศอื่นใดในโลก ซึ่งทรัพยากรมนุษย์ของอินเดียก็มีความสามารถหางานทำได้ทั่วโลก แต่เมื่ออยู่ต่างประเทศได้สัก 2 -3 ปีแล้วก็ควรกลับไปอินเดียเพราะไม่มีประเทศไหนในโลกที่จะท้าทายเช่นเดียวกับอินเดีย โดยให้กลับมาช่วยกันสร้างชาติ
จะดึงดูดให้กลับบ้านได้ เศรษฐกิจต้องเติบโตต่อเนื่อง
หากเศรษฐกิจอินเดียยังสามารถขยายตัวได้อย่างรวดเร็วและในระดับสูงต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะในอินเดียภาคตะวันตกซึ่งปัจจุบันมีศักยภาพเศรษฐกิจสูงที่สุดในอินเดียเชื่อว่า จำนวนชาวอินเดียที่มีการศึกษาสูงที่อพยพไปทำงานในต่างประเทศในขณะนี้ จะเดินทางกลับประเทศมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แต่หากการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศชะลอตัวลงติดต่อกันหลายปี ก็อาจทำให้แนวโน้มดังกล่าวช้าลง ทั้งนี้ ภายในประเทศอินเดียเองก็มีหลายสิ่งที่ยังทำให้ชาวอินเดียที่อยู่ต่างประเทศลังเล ที่จะอพยพกลับ ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ที่ไม่อาจเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือปัญหาความยุ่งยากในการตั้งธุรกิจ และความไม่พร้อมด้านกฎระเบียบบางประการ
โอกาสไทยจากทรัพยากรมนุษย์อินเดีย
ประเทศที่พัฒนาแล้วได้ให้ความสนใจอย่างยิ่งต่อความสามารถและทักษะสูงทางด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีของชาวอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านไอที ประเทศไทยก็น่าจะได้หาช่องทางใช้ประโยชน์จากความสามารถของบุคลากรชาวอินเดียในสาขานี้ โดยอาจสนับสนุนให้นักวิชาชีพสาขานี้ของอินเดียเข้าไปลงทุนหรือทำงานวิชาชีพในประเทศไทยได้ ซึ่งก็จะมีส่วนช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าและพัฒนาการของไทยในสาขานี้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งโดยธรรมชาติของชาวอินเดียก็มีความนิยมไทยเป็นทุนอยู่แล้วจากความคล้ายคลึงด้านวัฒนธรรมและความน่าอยู่ของประเทศไทยและความเป็นมิตรของคนไทย ทั้งนี้ การสนับสนุนให้คนอินเดียที่มีทักษะด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีไปทำงานในไทย ไทยจะได้บุคลากรที่มีความสามารถสูงแต่ค่าจ้างต่ำกว่าการจ้างชาวตะวันตก ดังเช่นที่สิงคโปร์ได้ส่งเสริมให้ชาวต่างชาติรวมทั้งชาวอินเดียที่มีความรู้สูงและมีทักษะพิเศษเฉพาะทางสามารถทำงานในสิงคโปร์ได้ระยะยาว โดยการผ่อนคลายกฎระเบียบด้านการตรวจคนเข้าเมือง เป็นต้น
ธีระพงษ์ วนิชชานนท์ รายงานจากเมืองมุมไบ
คณิน บุญญะโสภัต เรียบเรียง
4 มกราคม 2556