
ตลาดการบินภายในประเทศอินเดียมีการเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง โดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association – IATA) ได้ประเมินว่าการบินภายในประเทศอินเดียจะเติบโตประมาณร้อยละ 13 ต่อปี ไปจนถึงปี ค.ศ. 2016 ซึ่งจะทำให้มีจำนวนผู้โดยสารภายในประเทศเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 49.3 ล้านคน (หรือเพิ่มขึ้นอีกเกือบหนึ่งเท่าตัวจากปัจจุบันที่มีผู้โดยสารประมาณ 57-58 ล้านคนในปี ค.ศ. 2012) และคาดว่า ผู้โดยสารภายในประเทศทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 494 ล้านคน
อัตราการเติบโตของผู้โดยสารภายในประเทศอินเดียนับว่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก (รองจากคาซัคสถานที่มีการเติบโตประมาณร้อยละ 22) โดยมีสัดส่วนที่สูงกว่าจีน แต่เมื่อเปรียบเทียบจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นแล้ว ของอินเดียคิดเป็นเพียง 1 ใน 3 ของจีนเท่านั้น เนื่องจากอินเดียมีฐานจำนวนผู้โดยสารต่ำกว่าจีนอยู่มาก ซึ่งเมื่อถึงปี ค.ส. 2016 การเติบโตของผู้โดยสารภายในประเทศของจีนจะคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 32 ของการเติบโตทั้งหมดของโลกในด้านนี้ IATA ประเมินด้วยว่า จากการเติบโตดังกล่าวของอินเดียจะทำให้ขนาดการบินภายในประเทศของอินเดียใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสหรัฐฯ ที่จะมีผู้โดยสารภายในประเทศจำนวน 710.2 ล้านคน จีน 415 ล้านคน บราซิล 118.9 ล้านคน อินเดีย 107.2 ล้านคน โดยญี่ปุ่นจะอยู่ในอันดับที่ 5 จำนวน 93.2 ล้านคน
ตามรายงานของ Centre for Asia Pacific Aviation (CAPA) ระบุว่า สายการบินอินเดียมีจำนวนที่นั่งในเส้นทางบินภายในประเทศมากที่สุดเป็นอันดับ 6 ของโลก แต่เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศของอินเดียแล้ว ยังนับว่าเป็นสัดส่วนที่ต่ำที่สุดในบรรดาประเทศหลักๆ ของโลก ซึ่งในด้านหนึ่งสะท้อนให้เห็นว่า การบินภายในประเทศของอินเดียยังมีโอกาสที่จะขยายตัวได้อีกมาก
ทางด้านจำนวนผู้โดยสารเดินทางระหว่างประเทศของอินเดียยังนับว่าอยู่ในระดับต่ำ แม้จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องประมาณร้อยละ 11.8 ต่อปี นับตั้งแต่อินเดียได้ปฏิรูปด้านการบินเมื่อปี ค.ศ. 2003-2004 (แม้แต่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจโลกระหว่างปี ค.ศ. 2008-2009 ที่จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศของอินเดียยังคงขยายตัวได้ประมาณร้อยละ 6) แต่โดยรวมจำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศของอินเดียยังถือว่าต่ำมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศหลักอื่นๆ ของโลก ทั้งนี้ การศึกษาของ CAPA ระบุว่า ปัจจุบันจำนวนที่นั่งในสายการบินอินเดียในเส้นทางบินระหว่างประเทศก็ยังคงมีน้อย ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยกว่าของสายการบินของประเทศเล็กๆ บางประเทศด้วยซ้ำ แต่ก็สะท้อนให้เห็นว่ายังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก แต่จุดที่น่าเป็นห่วงคือ การเพิ่มขึ้นของการเดินทางทางอากาศระหว่างประเทศของอินเดีย ผู้ได้ประโยชน์กลับเป็นสายการบินต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ โดยสายการบินของอินเดียเอง รวมถึงสายการบินแห่งชาติ Air India ยังคงได้รับส่วนแบ่งผู้โดยสารระหว่างประเทศชาวอินเดียน้อยมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้ชาวอินเดียเองก็ยังไม่นิยมเดินในเส้นทางระหว่างประเทศด้วยสายการบินของอินเดีย เกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้มีการร้องเรียนให้รัฐบาลอินเดียหามาตรการเพื่อให้ประโยชน์จากการเติบโตของการเดินทางระหว่างประเทศของชาวอินเดียตกเป็นของสายการบินอินเดียให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งก็จะมีส่วนส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียโดยรวม ทั้งนี้ คาดว่าภายในปี ค.ศ. 2016 ทั่วโลกจะมีผู้โดยสารระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 331 ล้านคน แต่จะเป็นผู้โดยสารจากอินเดียไม่มากนัก ซึ่งอินเดียจะไม่อยู่ใน 1 ใน 10 ประเทศที่ผู้โดยสารระหว่างประเทศเติบโตรวดเร็วที่สุดด้วย
ข้อสังเกตและข้อคิดเห็น
ตลาดการบินภายในประเทศของอินเดียจะสามารถขยายตัวได้อีกมากตามการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ (แม้จำนวนผู้โดยสารภายในประเทศจะลดลงประมาณร้อยละ 0.9 ในปี ค.ศ. 2012 จากการที่เศรษฐกิจของอินเดียชะลอตัวลง) ทั้งนี้ แนวโน้มการเติบโตที่ดีของการเดินทางทางอากาศภายในประเทศย่อมส่งผลดีต่อผลประกอบการของสายการบินอินเดียที่มีการบริหารจัดการที่ดี อาทิ Indigo, SpiceJet และ GoAir เป็นต้น
แม้ตลาดการบินภายในประเทศของอินเดียจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับสูง แต่การดำเนินธุรกิจด้านการบินของอินเดียก็ไม่ได้ราบรื่นไปทั้งหมด ดังปรากฏว่า สายการบิน Air India ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติยังคงประสบปัญหาการขาดทุนและมีหนี้สินจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาลอินเดียได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือด้วยการเพิ่มทุนเพื่อให้สายการบินฯ สามารถดำเนินการต่อไปได้ ส่วนสายการบิน Kingfisher Airlines ซึ่งเป็นสายการบินเอกชนขนาดใหญ่ของอินเดียและสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองมุมไบก็ประสบปัญหาการขาดทุนอย่างหนักและมีหนี้สิ้นจำนวนมากเช่นกัน จากความผิดพลาดในการบริหาร โดยบริษัทฯ มีปัญหาไม่สามารถชำระหนี้สินให้แก่เจ้าหนี้และจ่ายเงินเดือนให้แก่พนักงานของบริษัทฯ ได้ จนทางการอินเดียได้สั่งให้สายการบินฯ หยุดพักการบินมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งขณะนี้บริษัทฯ กำลังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ และพยายามขายหุ้นบางส่วนให้แก่สายการบินต่างชาติ ซึ่งก็ไม่แน่นอนว่าจะประสบความสำเร็จ จนบางฝ่ายเชื่อว่าในท้ายที่สุดอาจถึงกับต้องยกเลิกกิจการไปเลยก็ได้
ธีระพงษ์ วนิชชานนท์
รายงานจากเมืองมุมไบ
30 มกราคม 2556