นิตยสาร India Today ฉบับเดือนมีนาคม 2013 ได้สำรวจข้อมูลและจัดอันดับสุดยอดเมืองในอินเดียประเภทต่างๆ รวมทั้งได้สัมภาษณ์บุคคลหลากหลายวงการที่อาศัยอยู่ในเมืองเหล่านี้ไว้ได้น่าสนใจไม่น้อย Thaiindia.net จึงขอนำเรื่องราวดีๆ มาแบ่งปัน เพื่อให้คุณได้รู้จักอินเดียมากขึ้น
|
ประเภท
|
เมืองที่ดีที่สุด
อันดับหนึ่ง
|
เมืองที่ดีที่สุด
อันดับสอง
|
เหตุผล
|
|
ภาพรวม
|
เมืองเจนไน รัฐทมิฬนาฑู
|
เมืองวาโดดารา รัฐคุชราต
|
การเติบโตทางเศรษฐกิจสูง อัตราอาชญากรรมต่ำ ระบบการศึกษามีคุณภาพ รัฐบาลจัดสรรงบประมาณสำหรับการศึกษาไว้มาก
|
|
การคมนาคมและที่อยู่อาศัย
|
เมืองทีรูวนันตปุรัม รัฐเกรละ
|
เมืองราชกฎ รัฐคุชราต
|
ระบบการขนส่งมวลชนมีคุณภาพ อัตราประชากรที่อาศัยในชุมชนสลัมต่ำ
|
|
สันทนาการ
|
เมืองกูรกาวน์ รัฐหรยาณา
|
เมืองนาคปุระ รัฐมหาราษฎร์
|
ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร กิจกรรมทางวัฒนธรรมและศาสนา มีจำนวนมาก
|
|
การศึกษา
|
เมืองเจนไน รัฐทมิฬนาฑู
|
เมืองมธุรัย รัฐทมิฬนาฑู
|
ระบบการศึกษามีคุณภาพ รัฐทุ่มงบประมาณด้านการศึกษา
|
|
สิ่งแวดล้อม
|
เมืองชิมลา รัฐหิมาจัลประเทศ
|
เมืองมธุรัย รัฐทมิฬนาฑู
|
มลพิษน้อย
|
|
ความปลอดภัย
|
เมืองคานธีนคร รัฐคุชราต
|
เมืองสุรัต รัฐคุชราต
|
อัตราอาชญากรรม โดยเฉพาะอาชญากรรมต่อสตรีต่ำ
|
|
การบริการสาธารณะ/สาธารณูปโภค
|
เมืองชิมลา รัฐหิมาจัลประเทศ
|
เมืองวาโดดารา รัฐคุชราต
|
ปัญหาไฟฟ้าดับน้อย ระบบประปาดี
|
|
สาธารณสุข
|
เมืองฮาวราห์ รัฐเบงกอลตะวันตก
|
เมืองนาสิก รัฐมหาราษฎร์
|
ประชาชนทุกระดับสามารถเข้าถึงแพทย์ และโรงพยาบาลได้ง่าย
|
|
เศรษฐกิจ
|
เมืองไฮเดอราบัด รัฐอานธรประเทศ
|
เมืองลูเทียน่า รัฐปัญจาบ
|
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง จำนวนประชากรยากจนต่ำ
|
|
การลงทุน
|
เมืองจันฑีครห์ รัฐหรยาณาและปัญจาบ
|
เมืองโคอิมบาทอร์ รัฐทมิฬนาฑู
|
อัตราเครดิตที่ธนาคารให้ชาวเมืองกู้ยืมสูง
|
จากการจัดอันดับดังกล่าว จะสังเกตได้ว่า รัฐที่มีเมืองที่ติดอันดับมากเท่าๆ กัน 3 เมือง มี 2 รัฐ คือ ทมิฬนาฑูและคุชราต โดย 3 เมืองในรัฐทมิฬนาฑู คือเจนไน มธุรัย โคอิมบาทอร์ ติดอันดับถึง 4 ประเภท คือภาพรวม การศึกษา สิ่งแวดล้อม และการลงทุน ส่วน 3 เมืองในคุชราต คือ วาโดดารา คานธีนคร สุรัต ติดอันดับ 3 ประเภท คือ ภาพรวม ความปลอดภัย และสาธารณูปโภค
ทำไมสุดยอดเมือง 10 อันดับ ถึงได้รับการโหวตให้เป็นเมืองที่ดีที่สุดในแต่ละประเภท นิตยสาร India Today ตามไปสัมภาษณ์บุคคลจากหลายวงการ
ทัศนี โดชิ นาฏศิลปินและนักเขียน เกิดและเติบโตที่เมืองเจนไน เดินทางจากเมืองเจนไนไปเรียนต่อที่เมืองอื่นในปี 1993 เคยใช้ชีวิตอยู่ที่ลอนดอน เวนิส และบัลติมอร์ และหวนคืนสู่บ้านเกิดอีกครั้งในปี 2001 ให้สัมภาษณ์นิตยสาร India Today ว่า เธอหลงรักเมืองเจนไนซึ่งเป็นบ้านเกิด เพราะเธอชอบเมืองติดทะเล และเห็นว่าเสน่ห์ของเจนไนอยู่ที่การผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมกับความเจริญทางเศรษฐกิจ ที่แม้ไม่ได้เจริญสูงสุดเท่าเมืองใหญ่อื่นๆ แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ เธอบอกว่า สามารถหาซื้อของได้ตั้งแต่ชุดว่ายน้ำ Speedo ไปจนถึงตู้เย็นซัมซุง แถมยังหาร้านอาหารอิตาเลียน ญี่ปุ่นได้ไม่ยาก เธอเห็นความเปลี่ยนแปลงของเจนไนได้ชัด เมื่อกลับมาใช้ชีวิตที่เจนไนอีกครั้งในปี 2001 ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจระบบเสรีนิยม ศูนย์กลางการลงทุนและ IT ปัจจัยเหล่านี้ ทำให้ในปัจจุบัน มีคนต่างเมืองหลั่งไหลกันเข้ามาแสวงหาโอกาสในเจนไนมากขึ้น

ความเจริญของเมืองเจนไน

กับความลุ่มลึกทางวัฒนธรรม
เค ชีรันชีวี อดีตดาราจากเมืองเจนไน รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการท่องเที่ยว ย้ายจากเมืองอื่นไปอยู่ที่ไฮเดอราบัดเมื่อต้นปี 1970 ก่อนหน้านี้ เคยคิดว่าไฮเดอราบัดเป็นเมืองที่มีความขัดแย้งเรื่องศาสนา แต่พอได้ไปอยู่แล้ว กลับตรงกันข้าม กลับเห็นว่าชาวมุสลิมและฮินดูในไฮเดอราบัดอยู่ร่วมกันแบบพี่น้อง ในยุค 1990 ชีรันชีวีเห็นการพัฒนาของเมืองอย่างชัดเจน ความก้าวหน้าด้านอุตสาหกรรม IT และอุตสาหกรรมยาเป็นจุดเปลี่ยนของเมือง ปัจจุบัน 30% ของสินค้าส่งออกเวชภัณฑ์มาจากไฮเดอราบัด และ 95% ของรายได้จากอุตสาหกรรม IT ในปี 2011-2012 ก็มาจากเมืองนี้เช่นกัน สนามบินนานาชาติที่ไฮเดอราบัดเป็นหนึ่งในสนามบินที่ดีที่สุดในเอเชีย นอกจากนั้น ไฮเดอราบัดยังติดอันดับ 1 ใน 10 เมืองที่ดีที่สุดใน Lonely Planet ปี 2013 ด้วย


ไฮเดอราบัด 1 ใน 10 เมืองที่ดีที่สุด จัดอันดับโดย Lonely Planet 2013
อุทัย มหุการ เล่าเรื่องความปลอดภัยในเมืองสุรัตให้ฟังว่า ถ้าเกิดอุบัติเหตุรถชนกันบนท้องถนนไม่ว่าจะที่เมืองไหนในอินเดีย ก็คงมีโอกาสสูงที่จะเกิดการชกต่อยหรืออย่างน้อยก็ต้องมีขึ้นเสียงทะเลาะกันบ้าง แต่เรื่องแบบนี้ จะไม่เกิดขึ้นที่เมืองสุรัตเมืองศูนย์กลางการเจียระไนเพชรที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ที่เมืองนี้ อัตราอาชญากรรมต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ จากการสำรวจของสำนักงานสถิติอาชญากรรมแห่งชาติ ในขณะที่สถิติคดีพยายามฆาตกรรมในระดับประเทศอยู่ที่ 2.5% ที่สุรัต มีแค่ 0.8% อาชญกรรมที่เกิดกับผู้หญิงในอินเดีย 18.9% แต่ที่สุรัต แค่ 9.6% ความปลอดภัยในเมืองสุรัตเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่สมัยอาณานิคมอังกฤษปกครองอินเดีย ถึงแม้ว่า 15%ของจำนวนประชากร 5.5 ล้าน จะเป็นคนที่อพยพมาจากต่างถิ่น แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาสังคมเลย

หญิงสาวชาวสุรัตสามารถออกนอกบ้านยามวิกาลได้อย่างสบายใจ

สุัรัตเมืองศูนย์กลางการเจียระไนเพชร
อานุปัม เคอร์ นักแสดงบอลลีวู้ดรุ่นเก๋า เกิดและเติบโตที่เมืองชิมลา ยังจำภาพที่สวยงามในอดีตของชิมลาได้ว่า เต็มไปด้วยป่าเขาและทัศนียภาพสีเขียว อากาศบริสุทธิ์ และมีการวางผังเมืองที่ดี สภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์สวยงามเป็นสิ่งหล่อหลอมความเป็นตัวตนของคุณอานุปัม ผู้ซึ่งเห็นคุณค่าของค่านิยมที่ดี ปัจจุบันนี้ ชิมลาจะเปลี่ยนไป ด้วยจำนวนตึกคอนกรีตที่เพิ่มมากขึ้น ประชากรมากขึ้น ซึ่งคุณอานุปัมเห็นว่ารัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการเพื่อรักษาสภาพแวดล้อมของเมืองนี้ไว้ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าเทียบกับเมืองอื่นๆ ในอินเดียแล้ว ชิมลาก็ยังเป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับเขา


ชิมลาเมืองน่าอยู่ ไม่บอกก็ไม่รู้ว่าอยู่อินเดีย
อนัลจิต ซิงห์ ผู้ก่อตั้งและประธานกลุ่มบริษัท Max ผู้นำในด้านเวชภัณฑ์และการสาธารณสุข เริ่มก่อตั้งโรงงานผลิตยาที่เมืองจันฑีครห์ครั้งแรก เมื่อปี 1985 โดยได้ตั้งรกรากซื้อบ้านและพาครอบครัวไปอยู่ด้วย คุณอนัลจิตเห็นว่า สภาพแวดล้อมของเมืองเหมาะที่จะทำธุรกิจและเหมาะที่จะให้ลูกทั้งสองเติบโตที่เมืองนี้ ปัจจุบันนี้ จันฑีครห์ยิ่งเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ความที่เป็นเมืองหลวงของสองรัฐ ทั้งรัฐหรยาณาและปัญจาบ รัฐบาลต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองโดยการใช้จุดแข็งที่เมืองนี้มีประชากรวัยทำงานที่มีการศึกษาอยู่มาก ในปี 2007 รัฐบาลกลางเสนอให้จัดตั้งสถาบันด้านการบริหารจัดการชั้นนำที่จันฑีครห์ บริษัท Max ของคุณอนัลจิตก็ได้รับการทาบทามให้เป็นหุ้นส่วน ในที่สุด สถาบันการบริหารจัดการ Mohali ก็ได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมานี้เอง อย่างไรก็ดี คุณอนัลจิตให้ข้อคิดที่น่าสนใจว่า จันฑีครห์ซึ่งมีชื่อเสียงอย่างมากในเรื่องการวางผังเมืองที่ดี อาจต้องเจอชะตากรรมเช่นเดียวกับเมืองใหญ่อื่นๆ ที่โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคเติบโตไม่ทันที่จะรองรับความเจริญทางเศรษฐกิจ ฉะนั้น ก็ต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะวางแผนให้รอบคอบ

จันฑีครห์ เมืองที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุน
แถมท้ายเมืองน่าสนใจ วาโดดารา เมืองนี้ เป็นเมืองที่ดีอันดับสองในประเภทภาพรวม และสาธารณูปโภค นอกจากนั้น จัดเป็นอันดับหนึ่งของเมืองชั้นรอง (tier 2 city) หรือเมืองกำลังพัฒนาที่กำลังเติบโตแข่งกับเมืองชั้นนำ (emerging city)
เทวิกา จตุรเวท เล่าให้ฟังว่า วาโดดาราเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และมีพัฒนาการที่เห็นได้ชัดในเรื่องการบริการสาธารณะและสาธารณูปโภค ในปี 2010 วาโดดาราได้รับรางวัลจาก UNESCO เรื่องระบบการประปาดีเด่น ฉะนั้น ชาวเมืองวาโดดาราจึงมีน้ำใช้ไม่ขาด 91.96% ของบ้านเรือนในเมืองนี้มีน้ำประปาที่สะอาดดื่มได้ นอกจากนั้น ในปี 2012 วาโดดารายังได้รับรางวัลจากกระทรวงพลังงาน เรื่องการประหยัดพลังงานจากการใช้ไฟถนน เพราะมีระบบ GSM ควบคุมการใช้ไฟ ทำให้เทศบาลเมืองประหยัดงบประมาณไปได้ถึง 30 ล้านรูปีในปี 2012
ปัญหากาจราจรเป็นปัญหาสำคัญของเมือง แต่เทศบาลเมืองก็แก้ไขอย่างชาญฉลาดด้วยการนำระบบ Bus Rapid Transit System (BRTS) มาใช้ คือการสร้างช่องทางเดินรถและสถานีรับส่งผู้โดยสารรถเมล์โดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังมีศูนย์ควบคุมการจราจรที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถจัดการปัญหาจราจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากความเจริญในด้านโครงสร้างพื้นฐานแล้ว วาโดดารายังอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ดี ต้นไม้สีเขียวมีให้เห็นทั่วเมือง สัดส่วนต้นไม้มีมากถึง 46 ต้นต่อพื้นที่ 1 หมื่นตารางเมตร เมืองเล็กที่มีประชากรหนึ่งล้านกว่าคน มีสวนสาธารณะมากถึง 85 แห่ง

พระราชวังลักษมีวิลาศในวาโดดารา

ระบบ Bus Rapid Transit System ที่ใช้ได้ผลในการแก้ปัญหาการจราจรในเมืองวาโดดารา
ในสายตาชาวไทยและชาวต่างชาติที่ไม่เคยสัมผัสอินเดีย อาจจะมีภาพอินเดียอยู่ในใจต่างๆ กันไป บางคนอาจมองว่าเป็นเมืองแออัดด้วยจำนวนประชากรกว่าพันล้าน บ้างก็เห็นว่าอินเดียมีระดับการพัฒนาไม่เท่าเทียมกับประเทศอื่น ขาดน้ำขาดไฟ บางคนอาจเห็นภาพความเจริญด้าน IT ด้วยชื่อเสียงของ Sillicon Valley แห่งบังคาลอร์ ชาวไทยส่วนมาก นึกถึงสังเวชนียสถานที่สำคัญ ชาวต่างชาติหลายๆ คนอาจรู้จักแต่ทัชมาฮาล
แต่ความจริงแล้ว อินเดียเป็นประเทศกว้างใหญ่เกินกว่าจะมีภาพเพียงภาพเดียว หรือมีคำจำกัดความอธิบายความเป็นอินเดียเพียงคำเดียว ความหลากหลายเป็นเสน่ห์ของอินเดีย กับทั้งยังให้โอกาสในหลายๆ ด้าน ถ้าเพียงแต่คุณพร้อมเปิดใจทำความรู้จักอินเดีย
หวังว่าเรื่องราวของ 10 อันดับเมืองสุดยอดในอินเดียนี้ คงทำให้คุณรู้จักอินเดียในมุมมองที่กว้างขึ้นบ้าง และเห็นโอกาสธุรกิจในเมืองอื่นๆ นอกเหนือจากเมืองใหญ่ๆ ที่ธุรกิจแข่งขันกันรุนแรง
_____________________
ศศิริทธิ์ ตันกุลรัตน์
รายงานจากกรุงนิวเดลี
28 กุมภาพันธ์ 2556