
การเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียอย่างก้าวกระโดดตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมานั้นไม่เพียงแต่สร้างความเจริญรุ่งเรืองและการเปลี่ยนแปลงให้กับคนเมืองอินเดียเท่านั้น ชีวิตของคนชนบทในอินเดียก็กำลังเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ปัจจัยชี้วัดหลายอย่าง เช่น สถิติรายได้ของคนชนบทในอินเดีย ที่จากในช่วงปี 1970 ที่รายได้ส่วนใหญ่ถึง 74% มาจากอาชีพเกษตรกรรม แต่ขณะนี้มีการคาดการณ์ว่า ตัวเลขดังกล่าวจะลดลงเหลือเพียง 30% ภายในปี 2020 เพราะคนชนบทอินเดียเริ่มเบนไปทำอาชีพอื่นๆ ที่สร้างรายได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การค้าขาย และการก่อสร้าง เป็นต้น
ด้วยผลของความพยายามของรัฐบาลอินเดียที่จะขจัดความยากไร้ในสังคมอินเดีย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทห่างไกล นโยบายที่สำคัญเช่นการจ้างงานชนบทแห่งชาติ ได้เอื้อให้การพัฒนาสังคมชนบทอินเดียเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้วันนี้ชนบทอินเดียกำลังเนื้อหอม เป็นที่จับจ้องของเอกชนยักษ์ใหญ่และนักลงทุน ที่อยากเข้าไปจับจองพื้นที่หากินเพื่อรองรับประชากรในชนบทจำนวนมหาศาลที่มีกำลังซื้อมากขึ้นทุกวัน
การเข้าไปของเอกชนรายใหญ่ก็ยิ่งเป็นเชื้อเพลิงกระตุ้นให้เศรษฐกิจในเขตชนบท เพราะรายได้ส่วนใหญ่ของประชากรในเขตนี้มาจากการจ้างงานของบริษัทเอกชนที่เข้าไปลงทุน บริษัทเหล่านี้คือบริษัทที่เริ่มมองอินเดียใหม่ และเห็นความสำคัญของกลุ่มประชากรในชนบท จึงได้เข้าไปลงหลักปักฐานในพื้นที่ จึงทำให้เกิดการจ้างงานสร้างรายได้ให้กับชาวชนบท
สิ่งหนึ่งที่น่าจับตามองในตอนนี้คือ บริษัทต่างๆ ทั้งของอินเดียและต่างชาติกำลังเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในการผลิตและบริการ โดยจะเน้นการเข้าถึงพื้นที่เป็นหลัก บริษัทผลิตเครื่องอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่อย่างเช่น Marico, Asian Paint และ Dabur ต่างพากันแข่งกันเพื่อนำผลิตภัณฑ์ไปให้ถึงมือผู้บริโภค ทำให้ปัจจุบัน 1 ใน 3 ของการขายสินค้าอุปโภคบริโภคมาจากพื้นที่ชนบทในอินเดีย
แซม วอล์ตัน ผู้ก่อตั้งบริษัทขายปลีกยักต์ใหญ่วอล์มาร์ท (Wal-Mart) เคยกล่าวไว้ว่า "ในเมืองเล็กๆของอเมริกานั้นมีธุรกิจมากกว่าที่ผมเคยฝันถึงจริงๆ" วันนี้คำกล่าวนี้เหมือนจะเป็นจริงสำหรับสังคมอินเดียเสียแล้ว ด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้น การใช้จ่ายในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่อาหาร และระบบการใช้จ่ายของลูกค้าที่เร็วขึ้น ทำให้ผู้ขายปลีกออนไลน์ดังๆ เช่น Myantra.com, Yebhi.com หรือแม้กระทั่งผู้ขายปลีกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอย่าง Flipkart ต่างหันมาให้ความสำคัญอย่างมากกับการเข้าถึงสังคมชนบทอินเดีย เพราะปัจจุบันลูกค้าของพวกเขา 50-55% มาจากชนบทและเมืองเล็กๆ เท่านั้น
ในด้านโทรคมนาคม บริษัทผู้ให้บริการไร้สายอย่าง Airtel, Vodafone, Reliance และ Idea ก็กำลังพยายามเข้าถึงผู้ใช้ในชนบทให้มากที่สุด เพราะปัจจุบัน 37% ของผู้ใช้โทรศัพท์ไร้สายทั้งหมดในอินเดียมาจากชนบทและแน่นอนว่ายังมีอุปสงค์อีกมาก แต่ยังขาดโครงสร้างพื้นฐานที่ครอบคลุม ดังนั้น บริษัทเหล่านี้จึงพยายามร่วมมือกันในการแชร์เครือข่าย เพื่อให้ตอบสนองลูกค้าในราคาที่ถูกลง และครอบคลุมพื้นที่ในชนบทมากที่สุด
อีกอุตสาหกรรมที่กำลังได้ประโยชน์จากการเจริญเติบโตของพื้นที่ชนบทของอินเดียคืออุตสาหกรรมยานยนต์ ปัจจุบันความต้องการใช้รถยนต์ในชนบทมีเพิ่มมากขึ้น ผู้ผลิตรถยนต์ Hyundai มองเห็นโอกาสนนี้จึงรีบรุกตลาดชนบทโดยไม่กลัวคู่แข่งอย่าง Maruti Suzuki, Mahindra และ Tata Motors แม้แต่น้อย แต่ชนบทอินเดียยังมีโอกาสอีกมาก ตามข้อมูลปี 2011-12 รถยนต์ที่ถูกซื้อขายในชนบทคิดเป็นเพียง 15-30% ของทั้งหมดเท่านั้น ขณะนี้ รัฐบาลอินเดียกำลังส่งเสริมรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่ใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้า ซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก จึงน่าจะเป็นโอกาสอีกอย่างสำหรับเอกชนในชนบทอินเดีย
เห็นเช่นนี้แล้ว เอกชนไทยของเราก็น่าจะลองศึกษาดูว่าธุรกิจอะไรที่เราจะนำทัพแซงหน้าเอกชนอินเดียหรือของชาติอื่นเข้าไปให้บริการกับคนอินเดียในชนบทได้บ้าง ผู้บริโภคกว่า 300 ล้านคนที่ยังไม่มีโอกาสเห็นสินค้าหรือเทคโนโลยีภายนอกก็น่าจะพร้อมที่จะรับสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ดีอยู่แล้ว ที่เหลืออยู่ที่ว่าเราจะพร้อมเข้าไปในอินเดียไหม แต่ทีม thaiindia.net ขอยืนยันว่า ชนบทอินเดียตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ครับ
อายิ เบเชกู่
รายงานจากกรุงนิวเดลี
4 กรกฎาคม 2556