หอม เป็นสินค้าเกษตรสำคัญอย่างหนึ่งของอินเดีย เพราะอาหารทุกจานของชาวอินเดียกว่า 1,200 ล้าน โดยเฉพาะแกงกระหรี่ จะต้องมีหัวหอมเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น ถ้าลองคำนวนเล่นๆ คน 1 คน ทานหัวหอมคนละหัวต่อวัน นั่นหมานถึง 1,200 ล้านหัวต่อวัน ดังนั้น ปริมาณการผลิตและราคาขายของหอมในอินเดียจึงเป็นประเด็นระดับชาติ พอๆ กับข้าวในประเทศไทย
สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ณ เมืองมุมไบ ได้จัดทำรายงานสถานการณ์หอมในอินเดียล่าสุด ดังนี้
- ผลผลิตหอมที่เข้าสู่ตลาดในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกันยายน 2014 ที่ผ่านมามีปริมาณลดลงประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า (สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนกันยายน 2014) แต่เมื่อเทียบกับช่วงสัปดาห์เดียวกันของปีก่อนหน้าปรากฏว่ามีปริมาณเพิ่มขึ้น 9%
- จากข้อมูลของ IBIS (International Business Information System) พบว่ามีการส่งออกหอมทั้งที่แปรรูปแล้วและที่ไม่ได้แปรรูปจนถึงวันที่ 21 กันยายน 2014 ประมาณ 28,185 ตัน โดยเป็นการส่งออกทางเรือทั้งหมด
- สำหรับในปีนี้ ในรัฐกรณาฏกะมีเป้าหมายที่จะปลูกหอมบนพื้นที่ประมาณ 132,165 เฮกตาร์(ประมาณ 826,031 ไร่) ทั้งนี้ จนถึง ณ วันที่ 22 กันยายน 2014 ได้เริ่มมีการปลูกหอมแล้วบนพื้นที่ 118,091 เฮกตาร์ (ประมาณ 738,069 ไร่) เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มีพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 102,760เฮกตาร์ (ประมาณ 642,250 ไร่) ประมาณ 14.92% โดยแหล่งเพาะปลูกหอมในรัฐกรณาฏกะที่สำคัญ ได้แก่ เมือง Gadag, เมือง Dharwad, เมือง Bijapur, เมือง Bagalkot และเมือง Chitradurga ซึ่งผลผลิตหอมในเมืองเหล่านี้มีสัดส่วนสูงถึง 70% ของผลผลิตหอมรวมของทั้งรัฐ
- ในตลาดเดลี ผลผลิตหอมที่เข้าสู่ตลาดจะมาจากรัฐราชสถาน 25% รัฐมัธยประเทศ 35% รัฐมหาราษฏระ 30% และรัฐกรณาฏกะ 10%
- ในตลาดเมืองไฮเดอราบาด เริ่มมีผลผลิตหอมเข้าสู่ตลาดเช่นกันโดยมาจากเมือง Kurnool ถึงประมาณ 95%
- สำหรับฤดูมรสุม (ฤดูฝน) ปีนี้ ปริมาณน้ำฝนในรัฐกรณาฏกะทั้งทางตอนเหนือและตอนใต้มีปริมาณน้ำฝนอยู่ในระดับที่สูงกว่าระดับปกติ โดยในรัฐกรณาฏกะตอนเหนือมีปริมาณน้ำฝนอยู่ที่ระดับ 474.2 มิลลิเมตร สูงกว่าระดับปกติเล็กน้อย 0.835% ในขณะที่ในรัฐกรณาฏกะตอนใต้มีปริมาณน้ำฝนอยู่ในระดับสูงถึง 720.8 มิลลิเมตร สูงกว่าระดับปกติถึง 15.24% จึงส่งผลให้มีการปลูกหอมในรัฐกรณาฏกะมากกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนในรัฐมหาราษฏระมีปริมาณน้ำฝนอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติจึงส่งผลให้มีการปลูกหอมลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ตารางแสดงปริมาณน้ำฝนจนถึง ณ วันที่ 25 กันยายน 2014 ในเขตเพาะปลูกหอม
|
เขตพื้นที่
|
ปริมาณน้ำฝนปกติ
(ม.ม.)
|
ปริมาณน้ำฝนจริง
(ม.ม.)
|
% ปริมาณน้ำฝนจริงเทียบกับปริมาณปกติ
|
|
รัฐมหาราษฏระตอนกลาง
|
692.9
|
666.7
|
-3.78%
|
|
เขต Marathwada ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐมหาราษฏระ
|
650.5
|
398.2
|
-38.79%
|
|
รัฐกรณาฏกะตอนเหนือ
|
470.3
|
474.2
|
+0.83%
|
|
รัฐกรณาฏกะตอนใต้
|
625.5
|
720.8
|
+15.24%
|
ที่มา: IMD (Indian Meteorological Department)
7. สำหรับฤดูกาลปลูกหอมในประเทศอินเดียในขณะนี้เป็นช่วงที่จะมีการปลูกหอมกันมาก Peak

แผนภาพแสดงฤดูกาลปลูกหอมในรัฐต่างๆของอินเดีย
ที่มา: APEDA Exchange
8. ราคาค้าส่งและราคาค้าปลีกของหอมในตลาดหลักทั่วประเทศอินเดีย ณ วันที่ 23 กันยายน 2014 เทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า (ณ วันที่ 16 กันยายน 2014) มีราคาลดลงในเกือบจะทุกตลาด อันเป็นผลมาจากผลผลิตหอมรุ่นใหม่จาก Kurnool, Bangalore และบางส่วนในรัฐมหาราษฏระได้ทะยอยเข้าสู่ตลาด ทำให้อุปทานของหอมในตลาดเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาลดลงทั้งราคาค้าส่งและราคาค้าปลีก (รายละเอียดปรากฏตามตารางข้างล่าง)

ตารางแสดงราคาค้าส่งและค้าปลีกของหอมในตลาดหลักทั่วอินเดียประจำสัปดาห์
ราคา: รูปี/100 ก.ก.

แผนภาพเปรียบเทียบปริมาณการเข้าสู่ตลาดของผลผลิตหอมของอินเดียปีการตลาด 2013-14
ที่มา: Agmarknet
จากการที่คณะรัฐมนตรีอินเดียได้ประกาศปรับราคาส่งออกหอมขั้นต่ำลงเหลือตันละ 350 ดอลลาร์-สหรัฐฯ จากเดิมตันละ 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นการส่งสัญญาณให้เห็นว่าปริมาณผลผลิตหอมของอินเดียในปีการตลาด 2013-14 นี้มีปริมาณเพิ่มขึ้นมากกว่าปีการตลาดก่อนหน้าแน่นอน และมีแนวโน้มว่าอินเดียคงจะส่งออกหอมออกสู่ตลาดโลกมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การส่งออกหอมของอินเดียส่วนใหญ่จะเป็นการส่งออกหอมหัวใหญ่ โดยในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2014 อินเดียส่งออกหอมหัวใหญ่เป็นปริมาณ 880,686.51 ตัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 7.71% โดยส่วนใหญ่ส่งออกไปที่ประเทศบังกลาเทศ มาเลเซีย ศรีลังกา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินโดนีเซีย ส่วนการส่งออกหอมแดงมีปริมาณเพียง 3,206.72 ตันหรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 0.36% เท่านั้น แม้ว่าจะมีอัตราการขยายตัวสูงถึง 327.63% ก็ตาม โดยส่วนใหญ่อินเดียส่งออกหอมแดงไปยังประเทศอินโดนีเซีย ไทย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอาระเบีย และโอมาน ซึ่งตลาดหลักของหอมแดงจากอินเดียก็คือประเทศอินโดนีเซียที่อินเดียส่งออกไปในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2014 แล้วเป็นปริมาณ 2,295 ตัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 567.15% ดังนั้น จึงมีความเป็นไปได้สูงที่การส่งออกหอมแดงของอินเดียไปยังประเทศอินโดนีเซียน่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกหอมแดงของไทยไปยังตลาดเดียวกันอย่างแน่นอน
--------------------------------------------------------
สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองมุมไบ
26 กันยายน 2014