สมาคมผู้ผลิตยานยนต์อินเดียเปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ในอินเดียเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ตกต่ำเป็นครั้งแรกในรอบสามปี ถึงร้อยละ 16 (จาก 158,767 หน่วย ในช่วงเดียวกันเมื่อปีที่แล้วเป็น 133,747 หน่วย) สร้างความกังวลให้นักลงทุนว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจอินเดียจะชะลอตัวลงมากกว่าที่รัฐบาลอินเดียคาดไว้ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับยอดขายที่พุ่งสูงกว่าร้อยละ 20 ในช่วง ก.ค. 53
เหตุสำคัญที่ทำให้ยอดขายรถยนต์ตก คือ ราคาน้ำมันที่สูง และนโยบายปราบเงินเฟ้อที่รัดกุมของธนาคารกลางอินเดีย โดยได้ปรับดอกเบี้ยให้สูงขึ้นเป็นระยะๆ รวมทั้งสิ้น 11 ครั้งในรอบ 18 เดือนที่ผ่านมา ปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ร้อยละ 8 ทั้งนี้ ธนาคารกลางอินเดียยืนยันที่จะคงนโยบายอันเข้มงวดเพื่อควบคุมราคาอาหารและวัตถุดิบที่แพงขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจก็ตาม
ก่อนที่จะมีการประกาศตัวเลขยอดขายรถดังกล่าวไม่กี่วัน สำนักงานนายกรัฐมาตรีอินเดียได้ลดตัวเลขคาดการอัตราการเติบโตของจีดีพีในปีงบประมาณ 2011-2012 จากร้อยละ 9 เมื่อต้นปี เป็นร้อยละ 8.2
อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยของธนาคารลงทุนและนักเศรษฐศาสตร์บางคนมองในแง่ลบว่า อัตราการเติบโตจีดีพีของอินเดียในปีนี้น่าจะร่วงลงไปถึงร้อยละ 7
สรุปข่าวจาก Financial Times
โดย แจ่มใส เมนะเศวต
ทีมงาน thaiindia.net