วิกฤติเศรษฐกิจที่แย่กว่าเมื่อสองปีที่แล้วจะเกิดขึ้นหรือไม่ในอินเดีย ต้องจับตาดูที่สภาวะบัญชีงบดุลของธนาคารพาณิชย์ ที่เริ่มโชว์ตัวเลข NPL
เมื่อลูกหนี้ต่างๆ ไม่สามารถสู้กับภาระที่มาจากราคาข้าวของที่แพงขึ้นทุกวัน ดอกเบี้ยสูง ตลาดส่งออกที่ซบเซา รวมทั้งเศรษฐกิจอินเดียที่เริ่มแสดงอาการชะลอตัว โดยคาดว่าปีนี้ อัตราจีดีพีของอินเดียจะลดลงจากร้อยละ 9 เป็น 8.2
แม้ว่าธนาคารอินเดียมีความแข็งแกร่งและสามารถฝ่าฟันพายุรอดพ้นการล้มละลายสไตล์ Lehmann Brothers มาแล้ว แต่งบดุลของธนาคารที่ต้องแบกภาระหนี้เสียจากวิกฤติรอบที่แล้ว ทำให้ความเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นสำหรับภาคธนาคาร ทั้งนี้ รายงานของ IDFC Securities คาดการว่า ทรัพย์สินของธนาคารพาณิชย์อินเดียถึงร้อยละ 17 มีความเสี่ยงเป็นหนี้เสีย ในขณะที่ธนาคารกลางอินเดียคาดการว่าหนี้เสียอาจมีมูลค่าสูงถึงร้อยละ 2.92 ของสินทรัพย์ของธนาคารต่างๆ และได้ขอให้ธนาคารที่ออกเงินกู้เตรียมเงินสดไว้รองรับหนี้เสียและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างหนี้ใหม่
ธนาคารพาณิชย์ของรัฐมีความเสี่ยงสูงสุด State Bank of India ในฐานะผู้ให้กู้รายใหญ่ที่สุดของประเทศ ได้ประกาศว่า ผลกำไรสุทธิลดลงกว่าร้อยละ 46 ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ (สิ้นสุด มีนาคม 2012)
สาขาที่สร้างความกังวลให้นักวิเคราะห์เป็นพิเศษคืออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งได้แสดงสัญญานการชะลอตัวลง และอาจกระทบกับงบดุลของธนาคารต่างๆ ได้ นอกจากนี้ นักวิเคราะห์มีความเป็นห่วงอย่างยิ่งว่า การเพิ่มอัตราดอกเบี้ยโดยธนาคารกลางอินเดียจะยิ่งกดดันสภาวะของธนาคารพาณิชย์ คาดว่า ธนาคารกลางอินเดียจะปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มอีกในเดือนกันยายน ศกนี้ เพื่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ
สรุปจาก นสพ Financial Times
แจ่มใส เมนะเศวต
29 สิงหาคม 2554