รัฐบาลอินเดีย และธนาคารแห่งชาติ (Reserve Bank of India) คงต้องกุมขมับกันทีเดียวเมื่อความพยายามในการขึ้นดอกเบี้ยยังไม่สามารถชะลอการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อลงได้ ในขณะเดียวกันกลับเริ่มส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวเพราะภาคเอกชนและการบริโภคเริ่มสะดุดลงจากภาวะต้นทุนที่สูงขึ้น
อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอยู่ที่ 7.7% นับเป็นอัตราการเติบโตที่ช้าที่สุดในช่วง 6 ไตรมาส ในขณะที่ธนาคารแห่งชาติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 11 ครั้งในช่วงการประชุม 16 เดือนที่ผ่านมา
ต้นทุนค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้นทำให้หลายบริษัทชะลอการขยายธุรกิจ เห็นได้จากตัวเลขมูลค่าการลงทุนในโครงการใหม่ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมที่ 26.6 ล้านล้านรูปี ซึ่งอยู่ในระดับชะลอตัวที่สุดในเจ็ดไตรมาสที่ผ่านมา ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อในประเทศในเดือนกรกฎาคมพุ่งขึ้น 9.22% อันเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาเชื้อเพลิงและราคาสินค้า และภาคที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือภาคการก่อสร้างซึ่งเติบโตเพียง 1.2% จากปีที่แล้ว เทียบกับปีที่แล้วที่อัตราเติบโต 7.7%
สรุปข่าวจากหนังสือพิมพ์ฮินดูสถาน ไทมส์
ปิยรัตน์ เศรษฐศิริไพบูลย์
1 กันยายน 2554