รัฐทมิฬนาฑูเปรียบเสมือนดีทรอย์ทของอินเดีย เป็นศูนย์การอุตสาหกรรมยานยนต์และการผลิตอื่นๆ ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ นักลงทุนต่างชาติจึงหลั่งไหลเข้าไปเปิดกิจการเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ ในแต่ละปี แต่ก็ต้องประสบอุปสรรคใหญ่เพราะรัฐดังกล่าวยังขาดสาธารณูปโภครองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันการขาดแคลนไฟฟ้าของรัฐทมิฬนาฑูทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับ เดิมทีในแต่ละวันการไฟฟ้าของรัฐฯ (Tamil Nadu Electrcity Board: TNEB) จะตัดไฟฟ้าวันละ 1 ช.ม. ในแต่ละเขตพื้นที่ในเวลาที่แตกต่างกันไป แต่เมื่อย่างเข้าช่วงฤดูร้อนแล้ว รัฐบาลรัฐทมิฬนาฑู ได้ออกมาตรการตัดการจ่ายไฟฟ้าเพิ่มเติมอีก คือ วันละประมาณ 4 – 5 ช.ม.ต่อเดือน ในแต่ละเขตพื้นที่หมุนเวียนกันไป มาตรการดังกล่าวเป็นการประหยัดไฟฟ้าในเขตย่านที่อยู่อาศัยบางส่วน เพื่อปันส่วนให้แก่ภาคธุรกิจอุตสาหกรรม อย่างไรก็ดี ภาคอุตสหกรรมก็จักต้องได้รับผลกระทบเพิ่มเติมอีกด้วยเช่นกัน จากการถูกตัดไฟฟ้าจากเดิมร้อยละ 20 มาเป็นร้อยละ 40
ปัจจุบันรัฐทมิฬนาฑูขาดแคลนไฟฟ้าประมาณ 3,000 MW ทั้งนี้ Confederation of Indian Industry (CII) ประเมินว่า รัฐทมิฬนาฑูมีความต้องการไฟฟ้า 11,500 MW นาย N.K. Ranganath ประธาน CII กล่าวว่า มาตรการของรัฐทมิฬนาฑู การตัดกระแสไฟฟ้าดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม
โดยรวมปัญหาวิกฤติการขาดแคลนไฟฟ้าของรัฐ ได้สร้างความวิตกกังวลให้แก่รัฐบาลของรัฐทมิฬนาฑูเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ นาง J. Jayalalithaa มุขมนตรีของรัฐฯ ได้เรียกร้องต่อนาย Mammohan Singh นรม.อินเดียให้จัดสรรพลังไฟฟ้าเพิ่มเติมให้รัฐฯ อีก1,000 MW ต่อปี จากพลังงานไฟฟ้าส่วนกลางของรัฐบาล แหล่งข่าวเปิดเผยว่า รัฐบาลรัฐทมิฬนาฑู จะออกแผนการในระยะสั้นภายใน 3 เดือนนี้ เพื่อแก้วิกฤติการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ โดยคาดว่าภายในเดือนมิถุนายน ศกนี้ ปัญหาดังกล่าวจะทุเลาเบาบางลงในระดับหนึ่ง และว่าภายในกลางเดือนของปี 2556 รัฐทมิฬนาฑูจะมีพลังงานไฟฟ้าเพียงพอ อนึ่ง มาตรการของรัฐบาลรัฐทมิฬนาฑู ประกอบด้วยการซื้อพลังงานไฟฟ้าจากเอกชน 600 MW และจะเสนอเปิดประมูลการสร้างโรงงานไฟฟ้าแห่งที่สองเพิ่มเติมจากโรงไฟฟ้า Ennor ของเมืองเจนไน
ผลกระทบที่เกิดขึ้นชัดเจนคือ โรงงานปั่นฝ้าย 20,000 แห่ง ในเมือง Coimbatore ทางตอนใต้ของรัฐทมิฬนาฑู ซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรมสิ่งทอที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย กำลังประสบปัญหาด้านการผลิตเป็นอย่างมากจากการถูกตัดกระแสไฟฟ้าลง โดยเฉพาะโรงงานขนาดเล็กได้ปิดกิจการไปแล้วหลายแห่งด้วยกัน
จากการหลั่งไหลของการลงทุนต่างชาติในรัฐทมิฬนาฑูโดยเฉพาะจากญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ที่เปิดโรงงานจำนวนมากในอุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ ทำให้โรงงานต่างๆ เหล่านี้ จำเป็นต้องมีเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรอง และเป็นต้นทุนที่สูง เพราะเครื่องปั่นไฟฟ้าจะใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งมีราคาสูงขึ้นตามกลไกตลาด ในส่วนโรงงานผู้ประกอบการของไทย เช่น บ.ซี.พี. จำกัด ไม่สามารถเปิดตลาดอาหารแช่แข็งต่างๆ ในอินเดียได้ เนื่องจากการขาดแคลนไฟฟ้า ทำให้ไม่สามารถสร้างห้องเย็นเก็บรักษาอาหารให้สดเสมอ
โรงไฟฟ้าของรัฐทมิฬนาฑูส่วนใหญ่ผลิตโดยใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลัก อีกส่วนหนึ่งมาจากพลังงานน้ำจากเขื่อน และมีการลงทุนการสร้างกังหันลม (Windmill) เพื่อผลิตไฟฟ้าเช่นกัน อนึ่ง โรงไฟฟ้านิวเคลียร์(Kudankulam nuclear power plant :KNPP) ในเขต Tirunnelveli ตอนใต้ของรัฐทมิฬนาฑู ที่รัฐบาลรัสเซียให้เงินกู้ และสร้างโดยวิศวกรรัสเซียนั้น แม้จะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดใช้แล้วก็ตาม แต่ถูกกลุ่มผู้ประท้วงในพื้นที่ไม่ยอมให้เปิดการใช้งาน เนื่องจากเกรงกลัวในความปลอดภัย ที่มีผลมาจากเหตุกาณ์คลื่นสึนามิถล่มโรงไฟฟ้าที่เมือง sendai ของญี่ปุ่น ทั้งนี้ นาย Alexander M Kadakin เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำอินเดียได้เรียกร้องให้รัฐบาลอินเดียแก้ปัญหา โดยรับประกันว่าโรงงานพลังไฟฟ้านิวเคลียร์ที่รัสเซียสร้างมีความทันสมัยและปลอดภัย จึงไม่ควรที่จะระงับการใช้งาน เพราะถือว่าเป็นการสูญเสียต่อโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดีย
จากผลการขาดแคลนไฟฟ้าของรัฐทมิฬนาฑูดังกล่าว น่าจะเป็นโอกาสดีของภาคเอกชนของไทย หากรัฐบาลทมิฬนาฑูประกาศประมูลการสร้างโรงงานไฟฟ้าขนาดย่อม ซึ่งน่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ดีวิธีหนึ่ง
ธัชไท ถมังรักษ์สัตว์
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน