เศรษฐกิจอินเดียในไตรมาสที่สาม (ตุลาคม-ธันวาคม 2554) เติบโตช้าที่สุดในรอบสามปี จีดีพีอินเดียตกลงไปอยู่ที่ร้อยละ 6.1 โดยภาคอุตสาหกรรม เหมืองแร่ และการเกษตรมีการชะลอตัวของผลผลิตมากที่สุด
เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปี 2553 จีดีพีอินเดียอยู่ที่ร้อยละ 8.3 ตัวเลขจีดีพีที่น่าผิดหวังสร้างความกังวลให้ทั้งรัฐบาลและเอกชนอย่างถ้วนหน้า
จีดีพีที่ตกต่ำไปถึงร้อยละ 6.1 ในไตรมาสที่สามทำให้อินเดียมีโอกาสสูงที่จะพลาดเป้าหมายอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจร้อยละ 6.9 ในปีงบประมาณ 2554 (มีนาคม 2554-2555) ตามที่รัฐบาลได้คาดการไว้
ภาคเอกชนอินเดียโทษนโยบายการเงินที่รัดกุมของธนาคารกลางอินเดียว่าเป็นสาเหตุหลักของการทำให้เศรษฐกิจอินเดียฟืดเคือง อนึ่ง ธนาคารกลางอินเดียได้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 13 ครั้งนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2553 เพื่อต่อสู้กับสภาวะเงินเฟ้อ ในขณะที่ธนาคารกลางของประเทศอื่นๆ ในเอเชียต่างใช้นโยบายปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่โลกต้องเผชิญกับวิกฤติยูโรและความไม่สงบในตะวันออกกลาง
พัฒนาการของการปฏิรูปเศรษฐกิจที่เชื่องช้าของอินเดียทำให้นักลงุทนสงวนท่าทีที่จะขยายการลงทุนในอินเดียอาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่มีผลกระทบต่ออัตราการโตของจีดีพี
การชะลอตัวของจีดีพีอาจมีผลกระทบต่อรายได้ของรัฐ ซึ่งจะเก็บภาษีได้น้อยลงเมื่อฐานรายได้ของภาคเอกชนขยายตัวอย่างจำกัด กอปรกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เศรษฐกิจอินเดียอาจจะต้องเผชิญกับความยากลำบากที่เจ็บปวดมากกว่านี้ในปีงบประมาณหน้า
แจ่มใส เมนะเศวต