หลังจากที่ Thaiindia.net ได้รายงานการขึ้นราคาน้ำมันแบบพุ่งกระฉูดของทางการอินเดียไปเมื่อ 23 พ.ค. 55 แล้ว ปรากฏว่าผลกระทบเรื่องราคาน้ำมันนี้ยิ่งซ้ำเติมปัญหาเรื่องน้ำมันในรัฐทมิฬนาฑูให้ย่ำแย่ลงไปอีก

คุณธัชไท ถมังรักษ์สัตว์ กงสุลแห่งสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจนไน รายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากรัฐบาลกลางอินเดียได้ประกาศขึ้นราคาน้ำมันเบนซินทุกประเภทลิตรละ 7.54 รูปี ทำให้ราคาน้ำมันเบนซินในรัฐทมิฬนาฑูสูงขึ้นจากเดิมเกือบร้อยละ 10 จากเดิม 69.55 รูปีต่อลิตร เป็น 77.53 รูปีต่อลิตร ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนจากมาตรการก้าวกระโดดในรอบ 6 เดือนนี้ อย่างทั่วหน้า
สถานการณ์น้ำมันในรัฐยังเกิดวิกฤตขึ้นอีก เนื่องจากในช่วงเวลาระหว่าง 26-29 พ.ค. 55 ได้เกิดการขาดแคลนน้ำมัน โดยเฉพาะในเมืองเจนไน ปั๊มน้ำมันต่างๆ ทยอยปิดกิจการชั่วคราว บางปั๊มที่พอจะมีรถบรรทุกน้ำมันมาส่งในบางช่วง ก็เปิดให้บริการเฉพาะบางช่วงเวลา รถยนต์ทุกประเภทจึงต่อแถวเติมน้ำมันกันยาวเหยียด นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อการคมนาคมขนส่งของรถรับจ้างและแท๊กซี่ด้วย
สถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันในรัฐทมิฬนาฑูเกิดจากอุปสงค์การใช้น้ำมันในรัฐที่สูงขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา บวกกับการปิดตัวชั่วคราวบางส่วนของโรงกลั่น 2 แห่ง
การเติบโตของอัตราการใช้น้ำมันของรัฐเพิ่มสูงขึ้นมากในปี 2555 โดยในเดือน ก.พ., มี.ค., เม.ย. และ พ.ค. ขยายตัวเพิ่มขึ้น 25.2% 25.7% 19.5% และ 20% 9 ตามลำดับ สูงกว่าอัตราการเติบโตถัวเฉลี่ยของการใช้น้ำมันทั่วประเทศในช่วง 4 เดือน ที่อยู่ที่ 8% อย่างมาก
ปัญหาหลักที่ทำให้เกิดความต้องการบริโภคน้ำมันอย่างมากของทมิฬนาฑูคือการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม ร้านค้า โรงแรม และครัวเรือน จึงหันไปใช้น้ำมันดีเซลในการปั่นกระแสไฟฟ้าใช้เอง เพราะรัฐยังมีปัญหาเรื่องการหยุดส่งกระแสไฟฟ้าวันละอย่างน้อย 2 ชั่วโมงอยู่
ในขณะเดียวกัน โรงกลั่นน้ำมันในรัฐก็พากันปิดเครื่องในช่วงเวลาวิกฤต โดยโรงกลั่นน้ำมันสองแห่ง คือ โรงกลั่นที่เมือง Mangalore และบางส่วนของโรงกลั่น Chennai Petroleum Corporation Ltd. ได้หยุดการกลั่นในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันในครึ่งหลังของเดือน พ.ค. 55 น้ำมันดีเซลจึงขาดแคลน
ในเมื่อน้ำมันเบนซินราคาสูงขึ้น แถมน้ำมันดีเซลยังมีให้ซื้อหามาใช้น้อยลง จึงเกิดวิกฤติพลังงานย่อมๆ ในรัฐทมิฬนาฑูในช่วงปลายเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา
นางสาวจายาละลิทา มุขมนตรีของรัฐ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้แก้ไขสถานการณ์ด้วยการสั่งให้เรือบรรทุกน้ำมันเข้ามาเทียบท่าเรือที่เจนไน และให้ขนส่งมาทางบก โดยสามารถดำเนินการได้ทันท่วงทีในวันที่ 29 พ.ค. 55 น้ำมันดีเซลและเบนซินกว่า 67,000 กิโลลิตร ถูกแจกจ่ายป้อนปั้มน้ำมันทั่วรัฐได้ตามปกติ หลังจากนั้นในวันที่ 30 พ.ค. 55 เหตุการณ์ก็เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ปั๊มน้ำมันจึงเริ่มเปิดให้บริการ
ความต้องการพลังงานในรัฐทมิฬนาฑูมีสูง เมืองเจนไนเมืองหลวงของรัฐเพียงเมืองเดียวมีความต้องการน้ำมันดีเซลถึง 2,500 กิโลลิตร ส่วนเบนซิน 2,100 กิโลลิตร
สถานกงสุลใหญ่ที่เมืองเจนไนเห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชี้ให้เห็นช่วงขาขึ้นของเศรษฐกิจรัฐทมิฬนาฑู ที่การลงทุนจากต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก ดัชนีค่าครองชีพในช่วงปีที่ผ่านมา ในหมวดสินค้าอุปโภค บริโภคจึงพุ่งสูงขึ้น ผู้ประกอบการในสาขาต่างๆ ก็ได้ปรับราคาสินค้าขึ้น เป็นการผลักภาระให้ผู้บริโภค ผู้รับเคราะห์จากการวิกฤตราคาน้ำมันในครั้งนี้จึงเป็นประชาชนทั่วไป เพราะต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลโดยตรงต่อสินค้าอุปโภคบริโภค เกิดความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า
Thaiindia.net เห็นว่า พลังงานจึงเป็นสาขาสำคัญที่รัฐอาจจะต้องให้ความใส่ใจมากขึ้น เพราะเป็นหนึ่งในสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานที่จะอำนวยความสะดวกต่อกิจกรรมและความเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐทมิฬนาฑูทำได้ดีแล้วจนภาคเอกชนไทยหลายรายได้เข้าไปตั้งฐานการผลิตในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนรายใหม่ๆ หรือภาคเอกชนที่ช่ำชองอินเดียและอยากขยายฐาน อาจจะมองหาที่มั่นในรัฐอื่นๆ ได้ เพราะรัฐต่างๆ ในอินเดียต่างต้องการถีบตัวเข้ามาแข่งขันแย่งชิงความเป็นต่อในการดึงดูดการลงทุน ซึ่งแน่นอนว่าผู้ได้รับประโยชน์เต็มๆ จึงเป็นภาคธุรกิจทั้งหลายนั่นเอง
คณิน บุญญะโสภัต
รายงานจากกรุงนิวเดลี
13 มิ.ย. 55