เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2559 นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางเยือนกรุงนิวเดลี สาธารณรัฐอินเดีย ร่วมกับพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยนายสุวิทย์ฯ ได้เข้าพบหากับนาง Rita Teaotia ปลัดกระทรวงฝ่ายพาณิชย์ เเละนาย Ravi Capoor อธิบดี (ดูเเลอาเซียน) กระทรวงพาณิชย์เเละอุตสาหกรรมอินเดีย ณ กระทรวงพาณิชย์เเละอุตสาหกรรมอินเดีย กรุงนิวเดลี โดยมีผลการหารือที่สำคัญ ดังนี้
1. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า นโยบาย Look West ของไทยเเละนโยบาย Act East ของอินเดียสอดรับกันอย่างดี ทั้งสองประเทศควรจะเร่งส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรมระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น โดยนายสุวิทย์ฯ ย้ำว่า ไทยต้องการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับอินเดียให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการค้า การลงทุน เเละการท่องเที่ยว
2. นายสุวิทย์ฯ กล่าวว่า ปัจจุบัน รัฐบาลไทยมีนโยบาย Outward Investment ส่งเสริมให้เอกชนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศอินเดียซึ่งนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดีของอินเดียได้ประกาศนโยบาย Make in India เพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศอินเดีย ในขณะเดียวกัน อินเดียก็สามารถใช้ไทยเป็น Gateway เข้าสู่ AEC และประเทศ CLMV ได้ด้วย โดยรัฐบาลไทยกำลังดำเนินโครงการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนใน 10 จังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน และเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสำหรับ Super Cluster ในพื้นที่
ชั้นใน

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบของที่ระลึกให้เเก่นาง Rita Teaotia ปลัดกระทรวงฝ่ายพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์เเละอุตสาหกรรมอินเดีย
3. เรื่องการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย (TI FTA) ทั้งสองเห็นพ้องว่า ทั้งสองฝ่ายควรเร่งบรรลุการเจรจาความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-อินเดีย (TI FTA) ซึ่งเจรจากันมายาวนานกว่า 10 ปีแล้วโดยเร็ว เพื่อให้พร้อมลงนามสำหรับการเดินทางเยือนอินเดียของนายกรัฐมนตรีในเร็ววันนี้ โดยขอให้ทั้งสองฝ่ายยอมรับประเด็นที่ตกลงกันได้แล้ว ส่วนประเด็น
คั่งค้างขอให้เร่งนำไปเจรจากันต่อไป
ฝ่ายอินเดียแจ้งว่า จากการเจรจาครั้งล่าสุดที่ประเทศไทยเมื่อปีที่เเล้ว ยังมีประเด็นหลักด้านการค้าบริการและด้านการลงทุนที่ยังค้างอยู่ ซึ่งเป็นข้อห่วงกังวลของฝ่ายไทย
อย่างไรก็ตาม ได้มีการประชุมคณะทำงานด้านการค้าบริการผ่านระบบ Video Conference ไปเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมา ส่วนคณะทำงานด้านการลงทุนก็ได้มีการประชุมผ่านระบบ Video Conference ไปเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมาแล้วเช่นกัน โดยประเด็นที่ฝ่ายไทยมีความกังวลคือ (1) การเปิดเสรีด้านบริการวิชาชีพ (professional services) เเละ
(2) การปรับเปลี่ยนข้อบทด้านการลงทุนของฝ่ายอินเดีย (investment chapter) ซึ่งฝ่ายอินเดียย้ำว่า การไหลทะลักของแรงงานวิชาชีพจากอินเดียไปไทยอย่างที่ไทยกังวลนั้น จะไม่เกิดขึ้นเนื่องจากทักษะการบริการของไทยมีความเฉพาะตัวและมีคุณภาพดีมาก ซึ่งแรงงานจากอินเดียยังไม่สามารถมาแข่งขันได้ ส่วนเรื่องข้อบทด้านการลงทุน ฝ่ายอินเดียจำเป็นต้องปรับแก้ไข เนื่องจากปัจจุบันอินเดียไม่ได้ใช้ฉบับเก่าแล้ว
ฝ่ายอินเดียรับจะจัดการประชุมทางไกล (Video Conference) กับคณะทำงานฝ่ายไทยทั้งสองคณะภายใน 2 สัปดาห์นี้ เพื่อเจรจาในประเด็นที่ยังคงค้างอยู่ดังกล่าวข้างต้นอีกครั้ง และหลังจากการประชุมผ่านระบบ Video Conference แล้ว ฝ่ายอินเดียพร้อมจะเชิญคณะเจรจาฝ่ายไทยให้เดินทางมาประชุมหารืออย่างเข้มข้นอีกครั้งที่กรุงนิวเดลี ในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้เพื่อให้บรรลุความตกลงและสามารถร่วมกันลงนามได้ทันการเดินทางเยือนอินเดียของนายกรัฐมนตรี
******************************
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี
23 มีนาคม 2559