Skip to main content
  • Thailand - India Business Information Center
    ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทย-อินเดีย
  • Thai agencies in India
    หน่วยงานราชการไทยในอินเดีย
  • Contact us
    ติดต่อเรา

กฎระเบียบการค้าและการลงทุน

ขั้นตอนการนำเข้าอาหารทุกประเภท มายังประเทศอินเดีย
27 April 2018

ขั้นตอนการนำเข้าอาหารทุกประเภท มายังประเทศอินเดีย

export import port container business 770x433

ประเทศไทยยังส่งออกผลไม้และสินค้าประเภทอาหารมายังประเทศอินเดียไม่มากนัก สาเหตุหนึ่งเนื่องมาจากขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อน และกระบวนการตรวจคุณภาพสินค้าที่ยาวนานจนอาจทำให้ผลไม้หรือาหารเน่าเสีย อย่างไรก็ดี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลีก็ยังได้รับการสอบถามจากผู้ประกอบการจำนวนมากเกี่ยวกับแนวทางในการส่งออกอาหารมาจำหน่ายยังประเทศอินเดียอย่างสม่ำเสมอ ในการนี้ สำนักงานการค้าต่างประเทศในกรุงนิวเดลี เมืองเจนไน และเมืองมุมไบจึงได้สรุปขั้นตอนการนำเข้าสินค้าประเภทอาหารมาตามเอกสารด้านล่าง โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้นำมาแปลสรุปเป็นภาษาไทยให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น ดังนี้

การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารสู่ประเทศอินเดียFSSAI Logo More 27 09 2017

การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารสู่ประเทศอินเดียถูกควบคุมโดยหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยด้านอาหารของประเทศอินเดีย (Food Safety and Standard Authority of India: FSSAI) ซึ่งกำหนดระเบียบ และประกาศให้ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเมื่อมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหาร ดังนั้น ผู้ประกอบการที่ส่งออกอาหารมายังประเทศอินเดียจำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอนและระเบียบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหาร

 ใบอนุญาตและระเบียบ (Licenses and Regulations)

ผู้ส่งออกต้องหารือกับผู้นำเข้าเกี่ยวกับการยื่นขอใบอนุญาตและปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนด โดยผู้นำเข้าต้องจดใบอนุญาตนำเข้ากับ Central Licensing Authority เพื่อให้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจอาหารจากหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยด้านอาหารของอินเดีย หรือ Food Business Operator License (FBO) และต้องขอรหัสผู้นำเข้าและส่งออกที่ออกโดยอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศของอินเดีย (Director-General of Foreign Trade) ด้วย

 ขั้นตอนการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารสู่ประเทศอินเดีย

 ขั้นตอนที่ 1 การตรวจ/ปล่อยและพิธีการศุลกากร (Customs Clearance)

ในการนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารในทุกด่านศุลกากร ผู้นำเข้าจะต้องทำหนังสือมอบอำนาจ (Authorized Letter) ให้กับตัวแทนดำเนินพิธีการศุลกากร (Customs Handling Agent - CHA) และให้ทำหนังสือถึง FSSAI หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ พร้อมจัดส่งผลิตภัณฑ์อาหารนำเข้าให้กับเจ้าหน้าที่ศุลกากรตามปริมาณที่กำหนด เพื่อทำการประเมินภาษี เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบผลิตภัณฑ์แล้วให้ชำระภาษีศุลกากร

 ขั้นตอนที่ 2 ยื่นขอใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยด้านอาหารของอินเดีย (FSSAI Clearance)

ตัวแทน (CHA) จะยื่นใบขอตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหาร หรือ Integrated Declaration Form ผ่านระบบ Custom Single Window Integration for Facilitating Trade (Swift) เพื่อให้ผลิตภัณฑ์อาหารที่จะนำเข้าได้ผ่านระบบการตรวจผ่านผลิตภัณฑ์อาหารนำเข้า (Food Import Clearance System) ของ FSSAI โดย CHA จะต้องกรอกรายละเอียดและแนบหลักฐานดังต่อไปนี้ลงบนเว็บไซต์ของหน่วยงานฯ 

               - รหัสผู้นำเข้าและส่งออกที่ออกโดยอธิบดีการค้าต่างประเทศของอินเดีย (Importer Exporter Code issued by Director-General of Foreign Trade)

               - ใบอนุญาตประกอบธุรกิจอาหารจากหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยด้านอาหารของอินเดีย หรือ Food Business Operator License (FBO)

               - ใบแสดงปริมาณและมูลค่าของผลิตภัณฑ์ (Bill of Entry)

               - ใบสั่งการตรวจสอบที่ทำขึ้นโดยระบบ EDI ของศุลกากร

ทั้งนี้ หากเป็นอาหารที่มีอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์ต่ำกว่า 7 วัน อาทิ ผลไม้ ให้ระบุข้อจำกัดดังกล่าวในระบบด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้รวดเร็วขึ้น

 ขั้นตอนที่ 3 การตรวจสอบและการสุ่มตัวอย่างของผลิตภัณฑ์อาหาร (Inspection and Sampling of the Consignment)

เมื่อยื่นใบขอตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารผ่านตามขั้นตอนที่ 2 แล้ว เจ้าหน้าที่จาก FSSAI จะเป็นผู้ตรวจเอกสาร (เจ้าหน้าที่อาจขอเอกสารอย่างอื่นเพิ่มเติม) ทั้งนี้ถ้าหากผ่านการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว เจ้าของผลิตภัณฑ์จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ตามประเภท และจำนวนผลิตภัณฑ์ของกลุ่มตัวอย่าง (อัตราค่าธรรมเนียมมีการปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ ตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด) โดยเจ้าหน้าที่จะกำหนดวันและเวลาสำหรับการตรวจสอบทางกายภาพของผลิตภัณฑ์อาหารซึ่งจะมีการตรวจสอบ ดังต่อไปนี้

               - การตรวจสอบทางกายภาพของผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น แมลง หรือเชื้อรา

               - การตรวจสอบอายุการเก็บรักษาของผลิตภัณฑ์อาหารที่เหลืออยู่ต้องมากกว่าร้อยละ 60 ตามอายุการเก็บรักษา (Shelf Life) ของต้นฉบับผลิตภัณฑ์จากช่วงเวลาการตรวจสอบจากศุลกากร

               - การตรวจสอบบรรจุภัณฑ์และการติดฉลากตามข้อบังคับปี 2554 และผลิตภัณฑ์อาหารต้องมีการติดฉลากเฉพาะ โดยการติดฉลากและชื่อหลังจากผ่านการตรวจสอบแล้วจะประกอบด้วย 1. ชื่อและที่อยู่ของผู้นำเข้า 2. โลโก้ของ FSSAI และ หมายเลขใบอนุญาต และ 3. ฉลากสัญลักษณ์มังสวิรัติหรือไม่มังสวิรัติ (Veg/ Non Veg Symbol) ทั้งนี้ เพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบคุณภาพอาหาร ผู้ส่งออกควรบรรจุสินค้าให้ได้มาตรฐาน และแยกประเภทอาหารให้ชัดเจน ไม่ปะปนกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเก็บตัวอย่างสินค้าได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

หลังการตรวจสอบทางกายภาพเสร็จสิ้น เจ้าหน้าของ FSSAI จะเก็บเอาตัวอย่างของผลิตภัณฑ์จำนวน 2 ตัวอย่างไปตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งตัวอย่างที่ 1 จะถูกส่งไปที่ห้องปฏิบัติการ และตัวอย่างที่ 2 จะถูกเก็บไว้ในสถานที่ที่เหมาะสมเพื่อตรวจสอบซ้ำ (ถ้ามีความต้องการ) ทั้งนี้ ในการตรวจในห้องปฏิบัติ นักวิจัยอาหารจะตรวจสอบอาหารตามข้อกำหนดของ FSSAI และใช้เวลาตรวจสอบไม่เกิน 5 วัน จากนั้นจะรายงานผลจากตรวจพร้อมกับข้อสรุปความคิดเห็นไปยังเจ้าหน้าที่ FSSAI ทั้งนี้ ผู้นำเข้าหรือ CHA จะต้องชำระค่าธรรมเนียมการตรวจวิจัยในห้องปฏิบัติด้วย

 ขั้นตอนที่ 4 การได้รับการอนุมัติของผลิตภัณฑ์อาหารเข้ามาในอินเดีย (Approval of Food Product into India)

ภายหลังจากการตรวจวิจัย ห้องปฏิบัติการจะออกใบสรุปรายงานว่าผลิตภัณฑ์อาหารสอดคล้องกับข้อกำหนดของ FSSAI หรือไม่ หากเป็นไปตามข้อกำหนด เจ้าหน้าที่จาก FSSAI จะออกใบรับรอง No Objection Certificate (NOC) ซึ่งหมายถึงผลิตภัณฑ์อาหารผ่านการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว และจะได้รับอนุญาตให้นำผลิตภัณฑ์ทั้งหมดออกจากคลังสินค้าศุลกากร เพื่อนำไปจำหน่ายในลำดับต่อไปได้ ทั้งนี้ หากผลการตรวจวิจัยรายงายว่าผลิตภัณฑ์อาหารยังไม่ปลอดภัย FSSAI จะออก Non Conformance Certificate (NCC) ซึ่งหมายถึงการปฏิเสธการนำเข้าสินค้า และผู้นำเข้าจะสามารถยื่นขอให้มีการตรวจสอบใหม่ได้ภายใน 15 วัน

 

กล่าวโดยสรุป การส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารสู่ประเทศอินเดีย ผู้ส่งออกต้องติดต่อให้มีผู้นำเข้าที่เชื่อถือได้ และมีตัวแทนการดำเนินการทางศุลกากรที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังควรศึกษากฎระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะที่กำหนดโดย FSSAI เพื่อไม่ให้ถูกปฏิเสธการนำเข้า หากผู้ประกอบการดำเนินการตามระเบียบและข้อกำหนดต่าง ๆ ตามข้อมูลข้างต้นอย่างครบถ้วน เป็นไปตามขั้นตอนการนำเข้าจะช่วยประหยัดเวลาอีกด้วย

ทั้งนี้ อ่านระเบียบฉบับเต็มได้ที่ file:///C:/Users/emb-06/Downloads/Direction_Import_Operationalization_13_01_2017%20(1).pdf

                                                                                        

อนึ่ง หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่กับการส่งออกสินค้ามายังประเทศอินเดีย สามารถติดต่อไปยัง

1. สำนักงานการค้าต่างประเทศประจำกรุงนิวเดลี

78 Paschimi Marg, Vasant Vihar, New Delhi 110057, INDIA

โทร: 001-91-11-4326 8888

Fax: 001-91-11-4326 8805

e-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.m

2. สำนักงานการค้าต่างประเทศประจำเมืองเจนไน

3, First Main Road, Vidyodaya Colony, T. Nagar Chennai 600 017, INDIA

โทร: 001-91 9144 6533 0790

Fax: 001-91 44 28 34 46 17

e-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. , This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

3. สำนักงานการค้าต่างประเทศประจำเมืองมุมไบ

Mumbai Express Towers, 3rd Floor, Nariman Point, Mumbai 400021, INDIA

Phone: 001-91-222 2830242 to 3

Fax: 001-91-222 2846859

e-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

 

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี
27 เมษายน 2561